มาดูกันว่า 7 ปัจจัยหลัก นั้นที่ทำให้ผิวเสีย!!!!

0
พฤติกรรมที่ทำให้ผิวเสีย

เพื่อสุขภาพผิวหน้าที่ดี นอกจากเราจะต้องนอนเป็นเวลา ออกกำลังกาย ล้างหน้าให้สะอาด ลง แอมพูลเซรั่มบำรุงหน้า และทาครีมต่างๆแล้ว เราควรคำนึงถึงปัจจัยที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวหน้าของเราเสื่อมเสียตั้งแต่ต้นด้วย เพราะ เราจะได้หลีกเลี่ยงปัจจัยเหล่านั้นและปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่จะไม่ทำร้ายผิวของเราเองโดยไม่รู้ตัว

7 ปัจจัยหลักทำให้ผิวเสีย
7 ปัจจัยหลักทำให้ผิวเสีย

บทความที่เกี่ยวข้อง : 6 วิธีเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สวยขึ้นแบบธรรมชาติ

1. แสงแดด

นอกจากแสงแดดทำให้เราผิวดำแล้ว แสงแดดยังเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผิวหน้าของเรามีริ้วลอย เนื่องจากแสงแดดเข้าไปทำลายคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิว ยิ่งไปกว่านั้นความร้อนจากแสงแดดยังทำให้น้ำมันที่เคลือบผิวหนังลดน้อยลง ทำให้ผิวแห้ง

แสงแดด
แสงแดด

2. อากาศแห้ง

อากาศหนาวแห้ง ในฤดูหนาวหรือห้องแอร์จะมีความชื้นต่ำ ทำให้เราสูญเสียน้ำออกจากผิวหนังมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผิวแตกแห่้ง เป็นขุย

อากาศแห้ง
อากาศแห้ง

3. มลภาวะในอากาศ

ฝุ่นควัน มลพิษมากมาย สิ่งเหล่านี้เมื่อเรารับมาในปริมาณมาก เยื่อหุ้มเซลล์ที่ปกติป้องกันสารอันตรายเหล่านี้จะไม่สามารถป้องกันสารได้ทั้งหมดและจะทำให้ผิวพรรณหมองคล้ำ ดูโทรมได้

มลภาวะในอากาศ
มลภาวะในอากาศ

4. ความเครียด

ความเครียดทำลายและสร้างความแปรปรวนหลายระบบในร่างกาย เช่น การนอนหลับ การขับถ่ายของเสีย สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวหนังสุขภาพเสีย

ความเครียด
ความเครียด

5. การสูบบุหรี่ / ยาเสพติด

การสูบบุหรี่และยาเสพติดเหมือนกับนำมลภาวะในอากาศเข้าไปในร่างกายโดยตรง ซึ่งแน่นอนสารอันตรายต่างๆก็จะเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อ หลอดเลือด และระบบในร่างกาย

การสูบบุหรี่ / ยาเสพติด
การสูบบุหรี่ / ยาเสพติด

6. เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน

เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ จะทำให้ผิวหนังขาดน้ำ แห้ง เป็นผลทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่นและถุงใต้ตาได้ง่าย

เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน
เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน

7. แสงสว่างจากจอคอมพิวเตอร์

จอมือถือ คอม หรือทีวีส่วนใหญ่มักมีรังสีที่เข้าไปกระตุ้นเซลล์ผิวให้ทำหน้าที่ผลิตเมลานินหรือเม็ดสีดำมากขึ้น ซึ่งเป็นผลทำให้ผิวเข้มขึ้นหรือเกิดริ้วรอยได้

แสงสว่างจากจอคอมพิวเตอร์
แสงสว่างจากจอคอมพิวเตอร์

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง : วิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลง เผยผิวหน้าเนียนสวยเป๊ะด้วย 5 เทคนิคง่าย ๆ

5 ขั้นตอน เปิดสูตรลับทำให้คิ้วดูสวย เป็นธรรมชาติ คิ้วไม่เป็นปลิง อีกต่อไป

0
คิ้วดูสวย เป็นธรรมชาติ

เปิดสูตรลับ 5 ขั้นตอน ‼️ ที่สาวๆ ก็สามารถมีคิ้วที่ดูสวย เป็นธรรมชาติ คิ้วไม่ปลิงอีกต่อไป

blog 5 steps eyebrows beautiful 02
คิ้วดูสวย เป็นธรรมชาติ

1. กันคิ้วให้เป็นทรง

ก่อนที่จะทำคิ้วให้สวยแบบธรรมชาติได้ สาวๆ จะต้องรู้จักกันคิ้วให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ดูเป็นทรงซะก่อนนะคะ มันจะทำให้เขียนคิ้วง่าย และดูสวยละมุนมากกว่าปล่อยให้คิ้วรก ไม่เป็นทรง

กันคิ้วให้เป็นทรง
กันคิ้วให้เป็นทรง

2. ดินสอเขียนคิ้วหัวเล็ก คิ้วจะดูฟุ้งมากกว่า

สังเกตไหมคะว่าขนคิ้วของเราส่วนใหญ่มันจะเป็นเส้นเล็กๆ เรียงตัวกัน เพราะฉะนั้นเวลาจะซื้อดินสอเขียนคิ้วสักแท่ง ให้เลือกแบบหัวเล็กจะดีกว่า แต่ก็ไม่ต้องเล็กถึงขนาดที่เราคุมไม่ได้ เขียนทีไรก็หักนะ

ดินสอเขียนคิ้วหัวเล็ก คิ้วจะดูฟุ้งมากกว่า
ดินสอเขียนคิ้วหัวเล็ก คิ้วจะดูฟุ้งมากกว่า

3. วัดคิ้วและร่างโครงคิ้วขึ้นมาก่อน

วิธีวัดคิ้ว : หัวคิ้วอยู่บริเวณหัวตา จุดสูงสุดของหัวคิ้วอยู่ที่ปลายตาดำ ส่วนความยาวหางคิ้ว ไม่เกินหางตา (ทาบดินสอเขียนคิ้วออกไป) เมื่อได้โคร่งคิ้ว แล้วก็ใช้ดินสอจุดไว้คร่าวๆ จากนั้นก็เริ่มลากโครงคิ้วด้วยดินสอแบบเบาๆ มือ แล้วก็ใช้ดินสอ เขียนเลียนแบบขนคิ้วเบาๆ อีกเช่นกัน เพื่อให้คิ้วดูเป็นธรรมชาติ ท่องไว้ว่าถ้าบางเติมได้ หนาไปลบยากกว่า เสี่ยงคิ้วพังอีกด้วย แอบบอกสาวๆ นิดนึงนะว่า เทคนิคการจับดินสอก็มีส่วนเหมือนกันนะ แนะนำว่าให้สาวๆ จับดินสอแนวเฉียงลงจะเหมาะกว่า เพราะถ้าจับแล้วเขียนแบบตรงๆ จะทำให้ลงน้ำหนักมือมากกว่า คิ้วแข็ง แล้วก็ดูไม่เป็นธรรมชาติ

วัดคิ้วและร่างโครงคิ้วขึ้นมาก่อน
วัดคิ้วและร่างโครงคิ้วขึ้นมาก่อน

4. เพิ่มความเป็นธรรมชาติด้วยที่เขียนคิ้วแบบฝุ่น

คอมพลีทคิ้วสวยๆ ด้วยการเติมที่เขียนคิ้วแบบฝุ่น ให้เริ่มเขียนจากกลางคิ้วไปจนถึงหางคิ้วก่อน พอพู่กันเริ่มจางแล้วก็ค่อยนำมาเขียนบริเวณหัวคิ้ว ท่องไว้เลยว่า หัวคิ้วเป็นส่วนที่ต้องเบามือ และสีคิ้วดูอ่อนที่สุด ถึงจะดูเป็นธรรมชาติ นวลๆ ฟุ้งๆ

เพิ่มความเป็นธรรมชาติด้วยที่เขียนคิ้วแบบฝุ่น
เพิ่มความเป็นธรรมชาติด้วยที่เขียนคิ้วแบบฝุ่น

5. ปัดมาสคาร่าคิ้วให้สวยละมุน

ก่อนจะปัดมาสคาร่าคิ้ว ให้สาวๆ นำที่ปัดคิ้วมาปัด เพื่อให้คิ้วเรียงตัวแบบบธรรมชาติ และเกลี่ยสีคิ้วให้ดูซอฟ์ทลง โดยเฉพาะบริเวณหัวคิ้ว จากนั้นก็เอามาสคาร่าคิ้วมาปัดเซ็ตทรงคิ้วได้เลยจ้า สุดท้ายก็เพิ่มความเป๊ะโดยการเก็บรายละเอียดด้วยคอนซีลเลอร์ บริเวณใต้ท้องคิ้ว และด้านบนของคิ้ว
จับดินสอเขียนคิ้วเฉียงลง จะทำให้คุมน้ำหนักมือได้ง่ายกว่า

ปัดมาสคาร่าคิ้วให้สวยละมุน
ปัดมาสคาร่าคิ้วให้สวยละมุน

สรุป เปิดสูตรลับ 5 ขั้นตอน ‼️ ที่สาวๆ ก็สามารถมีคิ้วที่ดูสวย เป็นธรรมชาติ คิ้วไม่ปลิงอีกต่อไป

‼️เพียงแค่ 5 ขั้นตอน สาวๆ ก็สามารถมีคิ้วที่ดูสวย เป็นธรรมชาติ คิ้วไม่ปลิงอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ ยิ่งถ้าฝึกเขียนบ่อยๆ จะทำให้เรารู้น้ำหนักมือ แล้วก็เขียนได้สวยขึ้น ภายในเวลาไม่กี่นาที ลองเอาไปทำตามกันดูนะคะ…

6 สาเหตุหลักที่ทำให้ใต้ตาหมองคล้ำ เกิดจากอะไร?

0
ใต้ตาหมองคล้ำ สาเหตุเกิดจากอะไร

ไม่ว่าใครก็น่าจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ เพราะทุกครั้งที่คนเราได้พบใครสักคน เราก็จะมองไปยังดวงตาของอีกฝ่ายก่อน การเห็นแววตาของคนอื่นจะช่วยให้เราได้เข้าใจถึงความรู้สึกนึกคิดของเขาได้ดีมากยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าอีกฝ่ายมีดวงตาสวยน่ามองแล้วล่ะก็ เราก็คงอดที่จะมองบ่อยๆ ไม่ได้เลย แต่ว่าบางคนอาจจะประสบปัญหามีความหม่นหมองบนใบหน้า เช่น ปัญหารอยคล้ำใต้ดวงตา จนอาจทำให้สูญเสียความมั่นใจ ไม่กล้าที่จะสบตากับใครเลย

ใต้ตาหมองคล้ำ
ใต้ตาหมองคล้ำ
  • พักผ่อนน้อย อายุที่มากขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ช่วงมีประจำเดือน หรือตั้งครรภ์ เป็นต้น ทำให้เส้นเลือดรอบดวงตาไหลเวียนไม่สะดวกส่งผมให้เกิดการขยายตัวของเส้นเลือดดำจึงเกิดเป็นรอยคล้ำใต้ตา
  • เกิดจากมีการอักเสบของผิวใต้ดวงตา เช่น โรคภูมิแพ้ , พันธุกรรม, การแพ้สารสัมผัส อย่าง อายแชโดว์, อายครีม ทำให้เม็ดสีสะสมที่บริเวณใต้ดวงตามากกว่าปกติ
  • การดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ ทำให้เส้นเลือดใต้ผิวหนังขยายตัวเกิดเป็นรอยคล้ำใต้ตา
  • แสงแดดเป็นตัวกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ดวงตา
ตาเหมือนหมีแพนด้า
ตาเหมือนหมีแพนด้า

แนะนำ อายครีมทารอบดวงตา

การที่คนเรามีใต้ตาคล้ำจนคล้ายหมีแพนด้านั้น  ทำให้เราดูเหมือนคนที่ไม่ค่อยดูแลตัวเอง ดูไม่สดชื่น สดใส และไม่น่าเข้าใกล้ เหตุที่ทำให้เกิดใต้ตาคล้ำเกิดจาก 6 สาเหตุ ดังนี้

1. กรรมพันธุ์

รอยคล้ำใต้ดวงตาเป็นลักษณะอาการที่สามารถส่งต่อกันทางพันธุกรรมได้ หากเรามีพ่อแม่ หรือญาติพี่น้องที่มีขอบตาคล้ำ ก็มีโอกาสที่จะได้รับการถ่ายทอดพันธุกรรมเหล่านี้มา จึงทำให้ผิวหนังที่อยู่รอบดวงตามีความหมองคล้ำมากกว่าคนปกติทั่วไป

กรรมพันธุ์
กรรมพันธุ์

2. การใช้ชีวิตประจำวันที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

พฤติกรรมการใช้ชีวิตในแต่ละวันของคนเรา สามารถส่งผลดีและเสียต่อสุขภาพร่างกายได้ อีกทั้งยังทำให้เกิดรอยคล้ำรอบดวงตาได้อีกด้วย ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ การมีอารมณ์ในด้านลบอย่างความเครียด ความโกรธ หรือความวิตกกังวลมากจนเกินไป การขยี้ตาบ่อยๆ การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น

การใช้ชีวิตประจำวันที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ
การใช้ชีวิตประจำวันที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

3. มีผิวซีดขาว หรือผิวหนังบาง

คนที่มีลักษณะผิวหนังเป็นสีซีด หรือผิวหนังบริเวณรอบดวงตาบาง จะทำให้สามารถมองเห็นรอยเส้นเลือดได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ทำให้ดวงตาดูมีความหมองคล้ำ เนื่องจากสีของเส้นเลือดรอบดวงตาที่มองเห็นได้ชัดนั่นเอง

มีผิวซีดขาว หรือผิวหนังบาง
มีผิวซีดขาว หรือผิวหนังบาง

4. มีเบ้าตาลึก หรือมีร่องใต้ตา

ผู้ที่มีลักษณะรอบดวงตาเป็นเบ้าลึก หรือมีร่องอยู่ใต้ดวงตา เมื่อมีแสงมาตกกระทบก็จะทำให้เกิดเงาที่ชัดเจนขึ้นกว่าดวงตาแบบอื่นๆ จึงทำให้ดูมีลักษณะสีของผิวหนังรอบดวงตาเข้มขึ้น

มีเบ้าตาลึก หรือมีร่องใต้ตา
มีเบ้าตาลึก หรือมีร่องใต้ตา

5. อายุมากขึ้น

เมื่อคนเราอายุมากขึ้น การทำงานของระบบในร่างกายเราก็จะเปลี่ยนไป มีการทำงานที่ด้อยลงกว่าเดิม ผิวหนังของเราก็เช่นกัน บริเวณ หนังชั้นกำพร้า ของเราจะบางลง จนสามารถมองเห็นหลอดเลือดได้ชัดเจนขึ้น ผิวหนังรอบดวงตาจะมีความหย่อยคล้อย เป็นรอยย่นอยู่ใต้ดวงตา

อายุมากขึ้น
อายุมากขึ้น

6. โรคภูมิแพ้

การเป็นภูมิแพ้อาจส่งผลให้เส้นเลือดดำที่อยู่บริเวณรอบดวงตาของเราขยายตัวใหญ่ขึ้น จนเกิดอาการระคายเคืองรอบดวงตา อาจมีอาการเลือดคั่งบริเวณขอบตาล่าง จึงทำให้มีรอบดำคล้ำ ซึ่งหากไม่รีบรักษาอาจมีปัญหาใต้ตาหมองคล้ำแบบถาวร

โรคภูมิแพ้
โรคภูมิแพ้

แนะนำ อายครีมขั้นเทพจากเกาหลี

สรุป 6 สาเหตุหลักที่ทำให้ใต้ตาหมองคล้ำ เกิดจากอะไร?

ดวงตาเป็นอวัยวะที่สื่อได้ถึงความรู้สึกนึกคิดและจิตใจ หากไม่ต้องการให้ผิวหนังรอบดวงตาดำคล้ำเป็นแพนด้าแล้วล่ะก็ ควรหมั่นดูแลตัวเองให้ดีอยู่เสมอ โดยหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เสียสุขภาพต่างๆ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว หรือหากปัญหาตาคล้ำเกิดจากสาเหตุที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขด้วยตนเองได้ เช่น ตาคล้ำเพราะภูมิแพ้ ควรพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการดูแลตัวเอง และรับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป เพื่อให้เราสามารถกลับมามีดวงตาสวยสดใส สวยงาม และดูสุขภาพดี

6 วิธีเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สวยขึ้นแบบธรรมชาติ

1
6 วิธีเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สวยขึ้นแบบธรรมชาติ

เรามาปฏิวัติเปลี่ยนความโทรมให้เป็นความสวยกันดีกว่า😆🥰 ด้วยวิธีดูแลตัวเอง 6. ข้อ ที่สามารถทำได้ง่าย ๆ แต่ต้องทำเป็นประจำทุกวัน รับรองว่าเราจะค่อย ๆ สวยขึ้นในแบบของตัวเอง แถมเคล็ดลับความงามเหล่านี้ยังปลอดภัย 100% แน่นอน‼️

วิธีเปลี่ยนตัวเองให้สวยขึ้น
6 วิธีเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สวยขึ้นแบบธรรมชาติ

1. สวยจากภายในสู่ภายนอก

เริ่มจากปรับอาหารการกินกันก่อนเลย จากที่เคยกินแต่อาหารสำเร็จรูป ผัก-ผลไม้ไม่แตะ ก็ต้องเปลี่ยนมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพิ่มผักและผลไม้เข้าไปในแต่ละวัน เลือกเมนูที่ไขมันน้อยหน่อย รวมถึงอาหารที่ให้โปรตีนสูง เช่น ไข่ เนื้อไก่ ปลา ถั่ว ซึ่งอาหารดี ๆ นอกจากจะช่วยให้ร่างกายเราฟิตขึ้นแล้ว ยังบำรุงผิวพรรณและทำให้ระบบขับถ่ายมีประสิทธิภาพดีขึ้นอีกด้วย

สวยจากภายในสู่ภายนอก
สวยจากภายในสู่ภายนอก

2. ดื่มน้ำเพิ่มความชุมชื้นให้ผิว

การดื่มน้ำมาก ๆ เป็นคีย์หลักของผิวเปล่งปลั่งเลยล่ะ ตื่นนอนมาก็ดื่มน้ำสัก 1-2 แก้ว เพื่อกระตุ้นให้ลำไส้ขยับตัวและนำไปสู่การขับถ่ายของเสีย เป็นการดีท็อกซ์ตั้งแต่เริ่มต้นวัน จากนั้นควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตรเป็นประจำ เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวพรรณ และชดเชยน้ำที่เสียไประหว่างวันด้วย

ดื่มน้ำเพิ่มความชุมชื้นให้ผิว
ดื่มน้ำเพิ่มความชุมชื้นให้ผิว

3. อาบน้ำให้ดี ผิวก็เป๊ะขึ้นได้

สาวคนไหนชอบอาบน้ำอุ่นบ่อย ๆ สังเกตเลยว่าผิวจะแห้งเป็นขุยง่ายกว่าปกติ ดังนั้นมาเปลี่ยนเป็นอาบน้ำด้วยอุณหภูมิปกติจะเวิร์กกว่า หรือถ้าจำเป็นต้องอาบน้ำอุ่นก็ไม่ควรอาบนานเกิน 10 นาที และระหว่างที่อาบน้ำก็ควรใช้ใยบวบหรือที่ขัดตัวมาขัดนวดผิวเบา ๆ ไปด้วย เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกและยังกระตุ้นการไหลเวียนเลือดด้วย ผิวกระจ่างใสแบบมีเลือดฝาดก็คราวนี้แหละ !

อาบน้ำให้ดี ผิวก็เป๊ะขึ้นได้
อาบน้ำให้ดี ผิวก็เป๊ะขึ้นได้

4. อย่าขี้เกียจทาครีมบำรุงผิว

อยากสวย แต่ขี้เกียจ แบบนี้ไม่ได้น้า…หลังจากที่เราอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ควรจะทาครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวพรรณทันที เพราะผิวของเรากำลังเปิดรับการบำรุงแบบเต็มที่ โดยเลือกใช้ครีมที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง รวมถึงเหมาะกับสภาพอากาศด้วย สำหรับกลางวันก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อบางเบา มีส่วนผสมของสารกันแดด ส่วนกลางคืนควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีมอยซ์เจอไรเซอร์สูง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวขณะนอนหลับ ทาทั้งผิวหน้าและผิวกายเลย จะได้สวยตั้งแต่หัวจรดเท้าค่ะ

อย่าขี้เกียจทาครีมบำรุงผิว
อย่าขี้เกียจทาครีมบำรุงผิว

5. อย่าลืมสครับผิวบ้างนะ

ถึงแม้ว่าร่างกายของเราจะสามารถผลัดเซลล์ผิวได้เองทุก ๆ 28 วัน แต่ว่ามลพิษและสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่เราต้องเจอในแต่ละวัน ก็อาจจะทำให้วงจรสะดุดได้ ทำให้เป็นสาเหตุของสิวอุดตัน สาว ๆ จึงควรจะสครับผิวเพิ่มเติมบ้างสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ผิวก็จะกระจ่างใส นุ่มเนียน น่าสัมผัสขึ้น จะเป็นสูตรธรรมชาติอย่างมะขามเปียกผสมเกลือยอดฮิต หรือใช้บอดี้สครับแบรนด์ดังก็แล้วแต่ถนัด แต่งานนี้ต้องทำต่อเนื่อง ขัดครั้งเดียวไม่เห็นผลนะ (ดูสูตรสครับขัดผิวทำเองอื่น ๆ ได้ที่นี่)

อย่าลืมสครับผิวบ้างนะ
อย่าลืมสครับผิวบ้างนะ

6. บำรุงปากให้เนียนนุ่ม น่าจุ๊บ

ริมฝีปากก็เป็นจุดหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เพราะถ้าปล่อยให้ปากแห้งลอกเป็นแผ่น ๆ นอกจากจะดูไม่ดีแล้ว เวลาทาลิปสติกก็ตกร่อง ทาไม่ติดอีกต่างหาก วิธีแก้ก็คือสครับริมฝีปากด้วยน้ำผึ้ง น้ำตาล และนำมันมะพร้าว ผสมให้เข้ากันอย่างละ 1 ช้อนชา แล้วนำมาถูรอบปากเบา ๆ ประมาณ 5 นาที จากนั้นก็บำรุงด้วยลิปบาล์มต่อ เท่านี้ก็จะช่วยให้ปากเรียบเนียน ดูอมชมพูขึ้น น่าจุ๊บสุด ๆ

บำรุงปากให้เนียนนุ่ม น่าจุ๊บ
บำรุงปากให้เนียนนุ่ม น่าจุ๊บ

8 อาหารทำให้ผิวขาว กินง่าย จะมีอะไรช่วยเสริมผิวขาวได้บ้าง มาดูกันเลย

6 ข้อดี ที่ควรใช้ PRIMER ก่อนแต่งหน้า

0
6 ข้อดี ที่ควรใช้ PRIMER ก่อนแต่งหน้า

อากาศร้อนแบบเมืองไทยอย่างนี้ สาวๆทุกคนคงอยากให้เมคอัพติดทนนานตั้งแต่เช้ายันเย็นเลยใช่มั้ยคะ? ถ้าสาวๆไม่อยากให้เมคอัพไหลเหนอะหนะระหว่างวัน ความลับก็การใช้ไพรเมอร์ก่อนลงเครื่องสำอางนั่นเองค่ะ นอกจากจะทำให้เมคอัพติดทนนานขึ้นแล้ว วันนี้เรามาดูประโยชน์ดีๆของไพรเมอร์กัน

ใช้ PRIMER ก่อนแต่งหน้า
ใช้ PRIMER ก่อนแต่งหน้า

✅1. เมคอัพติดทนนาน

เป็นหน้าที่หลักอีกหนึ่งอย่างของไพรเมอร์ คือช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนาน ช่วยให้เมคอัพไม่ไหลระหว่างวัน ป้องกันผิวหน้าจากฝุ่นละอองหรือน้ำ ที่เป็นตัวการทำให้เมคอัพหลุดอีกด้วยค่ะ

เมคอัพติดทนนาน
เมคอัพติดทนนาน

✅2. ปกปิดรูขุมขน

ประโยชน์หลักของ ไพรเมอร์ ก็คือการช่วยปกปิดรูขุมขนค่ะ เลือกใช้รองพื้นแบบน้ำ ไม่ว่าเจ้ารูขุมขนของสาวๆจะเล็กขนาดไหน รองพื้นแบบน้ำก็ยังทำให้รูขุมขนดูเห็นชัดขึ้นมาอยู่ดี แต่ถ้าใช้เมคอัพไพรเมอร์ร่วมกับรองพื้นแบบน้ำ ก็ช่วยปกปิดรูขุมขนได้ดีกว่าเดิมค่ะ

ปกปิดรูขุมขน
ปกปิดรูขุมขน

✅3. ช่วยลดรอยแดง รอยสิวบนใบหน้า

สาวๆคนไหนที่มีปัญหาเรื่องของรอยแดง ปัญหาสิว หรือการแพ้อากาศ จนทำให้หน้าเกิดรอยแดงเป็นจ้ำ เจ้าไพรเมอร์นี่แหละที่จะช่วยลดรอยแดงต่างๆ บนใบหน้าได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญ ไพรเมอร์ยังช่วยได้มากในเรื่องของการแต่งหน้าเพื่อปกปิด ทำให้เครื่องสำอางไม่หลุด เนียน สวย

ช่วยลดรอยแดง รอยสิวบนใบหน้า
ช่วยลดรอยแดง รอยสิวบนใบหน้า

✅4. ใช้ได้กับทุกสภาพผิว

ไพรเมอร์ สามารถให้ประสิทธิภาพต่างๆที่มีได้กับทุกสภาพผิวเลยล่ะค่ะ รวมถึงทุกๆเฉดสีผิวด้วย เพราะ ไพรเมอร์ จะไม่มีสี สาวๆสามารถลงไพรเมอร์แบบเดียวกันได้เลยค่ะ และทารองไว้ก็ไม่กระทบกับตัวเครื่องสำอางแน่นอน

ใช้ได้กับทุกสภาพผิว
ใช้ได้กับทุกสภาพผิว

✅5. ช่วยกันแดด

ไพรเมอร์บางตัว มีส่วนผสมในการช่วยปกป้องแสงแดด รอยฝ้า กระ และจุดด่างดำได้

ช่วยกันแดด
ช่วยกันแดด

✅6. ช่วยให้ผิวนุ่มขึ้น

เมื่อลง ไพรเมอร์ ไปสิ่งที่จะได้ก็คือเมื่อสัมผัสผิวหน้าของเรา ก็จะรู้สึกนุ่ม เรียบเนียน ช่วยให้ผิวของเราดีขึ้นทันตาเห็นเลยล่ะค่ะ

ช่วยให้ผิวนุ่มขึ้น
ช่วยให้ผิวนุ่มขึ้น

5 สาเหตุที่ทำให้เกิดสิวที่คอ‼️

0
5 สาเหตุที่ทำให้เกิดสิวที่คอ

ในส่วนของสาเหตุที่ทำให้เป็นสิวที่คอนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งในเรื่องของการใช้ครีมกันแดด จากความมันและสิ่งสกปรกบนหนังศีรษะ การแพ้ยาสระผม การใส่เสื้อผ้าที่ไม่ระบายอากาศ รวมถึงความเครียดและฮอร์โมนที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เป็นสิวที่คอได้ทั้งนั้น วันนี้เราจึงนำวิธีรักษาสิวที่คอมาแชร์ให้ได้ทราบกัน เพื่อให้สาวๆ สามารถเรียกผิวเรียบเนียนให้กลับคืนมาได้อย่างรวดเร็วกันค่ะ

สิวขึ้นคอ
สิวขึ้นคอ

💢1. ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเกินความจำเป็น

ครีมกันแดดยิ่ง SPF สูงเท่าไร น้ำมันในเนื้อครีมก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น หากทาลงบนลำคอแล้วทำความสะอาดได้ไม่ดีพอ ก็อาจทำให้เกิดปัญหาสิวที่คอตามมาได้

ทาครีมกันแดด
ทาครีมกันแดด

💢2. ความสกปรกจากเส้นผม

ไม่ต้องหาสาเหตุจากที่ไหนไกล เพราะความมันและความสกปรกในเส้นผมของเราก็เป็นตัวการที่ทำให้เกิดสิวอุดตันได้ ไล่มาตั้งแต่กรอบหน้า ลำคอ และบางครั้งอาจลุกลามไปจนถึงแผ่นหลังด้วย

ความสกปรกจากเส้นผม
ความสกปรกจากเส้นผม

💢3. แพ้ยาสระผมหรือครีมนวดที่ผสมซิลิโคน

ยาสระผมและครีมนวดผมที่มีส่วนผสมของซิลิโคน ช่วยให้สาว ๆ มีเส้นผมนุ่มลื่นได้ก็จริง แต่ความลื่นของซิลิโคนที่เคลือบผม อาจจะไปอุดตันรูขุมขนจนเกิดสิวบางคนก็แพ้หนักถึงขั้นเส้นผมหลุดร่วงมากกว่าปกติจากซิลิโคนนี้เลยก็ได้

แพ้ยาสระผม
แพ้ยาสระผม

💢4. เสื้อผ้าเส้นใยหนาก่อให้เกิดการระคายเคือง

เนื้อผ้าที่มีความหนามากเกินไป ส่วนใหญ่จะระบายอากาศได้ไม่ดีพอ เมื่อมีเหงื่อไหลออกมาก็จะเกิดความอับชื้น จนนำไปสู่ปัญหาสิวอุดตันรำคาญใจ

เสื้อผ้าเส้นใยหนา
เสื้อผ้าเส้นใยหนา

💢5. ความเครียดและฮอร์โมนเปลี่ยน

สิวที่คอไม่ได้ส่งสัญญาณของโรคร้ายแรงอะไรนัก แต่มักจะเป็นอาการของความเครียดสะสมและฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงเสียมากกว่า ลองสังเกตดูว่าช่วงไหนที่เครียด ๆ หรือก่อนเป็นประจำเดือน สิวที่คอและกรอบหน้าจะบุกขึ้นกว่าปกติ

ความเครียดและฮอร์โมนเปลี่ยน
ความเครียดและฮอร์โมนเปลี่ยน

วิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลง เผยผิวหน้าเนียนสวยเป๊ะด้วย 5 เทคนิคง่าย ๆ

0
5 เทคนิคง่าย ๆ วิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลง

เชื่อว่าสาวผิวมันทุกคนต้องเจอปัญหา ‘รูขุมขนกว้าง’ หน้ามันเยิ้ม ผิวหน้าดุโทรม คล้อย เหี่ยว หมองคล้ำ ดูไม่สดใส ผิวหน้าไม่เด้งเอาซะเลย ทำไงดี?

วันนี้แอดมิน จะมาแนะนำวิธีที่จะช่วยลดหน้ามัน และกระชับรูขุมขน ช่วยให้ผิวหน้าของคุณนุ่ม เนียน ละเอียด หน้าใสเด้ง ส่วนจะต้องทำยังไงบ้าง มาดู…

รูขุมขนหน้ากว้าง
รูขุมขนหน้ากว้าง

✅1. ทำความสะอาดผิวหน้าต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

คุณสาว ๆ ห้ามปล่อยให้ผิวหน้าสกปรกเด็ดขาดนะคะ ! การล้างหน้าให้สะอาดเอี่ยม ทุกเช้าและก่อนนอนเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะช่วยขจัดไขมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนให้หลุดออก โดยวิธีทำความสะอาดก็ง่าย ๆ เลยค่ะ เพียงแค่ใช้คลีนซิ่งเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางออกจากใบหน้าเสียก่อน จากนั้นใช้โฟมหรือสบู่ล้างหน้าสูตรอ่อนโยนต่อผิวล้างและนวดสครับให้สิ่งสกปรกหลุดออกจากผิวหน้า ปิดท้ายด้วยการทาครีมบำรุงให้ผิวหน้าเนียนนุ่มและกระชับรูขุมขน หากทำอย่างสม่ำเสมอนอกจากรูขุมขนจะเล็กลงแล้ว ยังช่วยให้ใบหน้าดูเนียนใสขึ้นอีกด้วยค่ะ

ทำความสะอาดผิวหน้า
ทำความสะอาดผิวหน้า

✅2. ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นหรือประคบหน้าด้วยน้ำแข็งกระชับรูขุมขน

การใช้น้ำเย็นล้างหน้าในตอนเช้าหลังจากที่ล้างด้วยน้ำอุ่น หรือนำผ้ามาห่อน้ำแข็งแล้วประคบเบา ๆ ที่ผิวหน้าหลังจากล้างหน้าเสร็จ เป็นวิธีปิดรูขุมขนที่ให้ผลลัพธ์เยี่ยม เพราะการที่ผิวถูกความร้อนจากน้ำอุ่นทำให้รูขุมขนขยายกว้างขึ้น ดังนั้นการปิดรูขุมขนหลังล้างหน้าจึงถือเป็นขั้นตอนสำคัญ ที่ช่วยปกป้องผิวหน้าจากเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกอื่น ๆ ที่อาจจะเข้าไปอุดตันรูขุมขนได้ค่ะ

ประคบหน้าด้วยน้ำแข็ง
ประคบหน้าด้วยน้ำแข็ง

✅3. ทาครีมกันแดดปกป้องผิวจากรังสียูวีตัวการที่ทำให้รูขุมขนกว้าง

แสงแดดที่เต็มไปด้วยรังสียูวีสามารถทะลุทะลวงผ่านชั้นผิวหนังได้ อีกทั้งทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินในร่างกายลดลง ส่งผลให้รูขุมขนขยายตัวกว้างขึ้น ผิวหน้าหมองคล้ำ เกิดริ้วรอยลึกก่อนวัยอันควร ควรปกป้องผิวหน้าจากรังสียูวีด้วยครีมกันแดดที่มี SPF 30-50 สำหรับสาว ๆ ที่รูขุมขนกว้างแนะนำให้ใช้ครีมกันแดดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน จะช่วยไม่ให้รูขุมขนอุดตันอันเป็นต้นเหตุของสิวอักเสบได้ค่ะ

ทาครีมกันแดด
ทาครีมกันแดด

✅4. สครับผิวหน้าทำความสะอาดรูขุมขนเผยผิวหน้าใสเด้ง

ในรูขุมขนเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่มากมาย ทั้งไขมัน สารตกค้างจากเครื่องสำอาง รวมถึงฝุ่นจากมลภาวะ ดังนั้นสาว ๆ ควรขจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกไปและปรับสมดุลให้ผิวหน้า ด้วยการใช้เบกกิ้งโซดาสครับผิว โดยผสมเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนชากับน้ำสะอาด 1 ช้อนชาคนให้เข้ากัน นำมานวดลงบนผิวหน้าเป็นวงกลมเบา ๆ โดยใช้ปลายนิ้วกลางและนิ้วนาง จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออก เพียงเท่านี้สิ่งสกปรกบนผิวหน้าก็จะหลุดออก ผิวหน้าจะกลับมาขาวใสสวยปิ๊งราวกับเป็นคนใหม่เลยล่ะ

สครับผิวหน้าทำความสะอาด
สครับผิวหน้าทำความสะอาด

✅5. มาสก์หน้าสูตรกระชับรูขุมขนและบำรุงผิวให้เรียบเนียน

ถึงเวลาที่คุณสาว ๆ ต้องบำรุงผิวหน้ากันหน่อยแล้วล่ะค่ะ ด้วยสูตรมาสก์หน้ากระชับรูขมขน โดยใช้ไข่ขาว 2 ฟองและน้ำมะนาว 1 ซีก คนให้เข้ากัน จากนั้นผสมข้าวโอ๊ตบด 2 ช้อนโต๊ะลงไป คนให้ส่วนผสมเข้ากันอีกครั้งแล้วนำมาพอกลงบนใบหน้า ใช้ปลายนิ้วกลางและนิ้วนางนวดสครับเบา ๆ เป็นเวลา 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า จากนั้นให้บำรุงผิวหน้าด้วยครีมที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ อย่างเช่น มะละกอ ว่านหางจระเข้ หรือแตงกวา จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มและชุ่มชื่นหลังจากมาสก์หน้าได้ค่ะ

มาสก์หน้าสูตรกระชับรูขุมขน
มาสก์หน้าสูตรกระชับรูขุมขน

สรุป 5 เทคนิคง่าย ๆ วิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลง

‼️ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ? กับวิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลงด้วย 5 เทคนิคง่าย ๆ ถ้าทำเป็นประจำรับรองได้เลยค่ะ ผิวหน้าของคุณสาว ๆ จะกลับมีสุขภาพดี๊ดี เนียนเรียบ แบบไม่ต้องเมคอัพหนาเตอะเพื่อปกปิดรูขุมขนกว้างอีกต่อไปแล้ว

สิวขึ้นที่คางซ้ำๆ เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง มาดูกัน

0
สิวขึ้นคาง เกิดจากอะไร

เชื่อว่าปัญหาจุกจิกกวนใจสาว ๆ หลายคน คงหนีไม่พ้นปัญหาเรื่องสิว โดยเฉพาะบริเวณคางที่ชอบขึ้นวนลูปอยู่ที่เดิมซ้ำ ๆ ยกทัพมาตั้งแต่สิวอักเสบ สิวผด ไปจนถึงสิวอุดตัน เล่นเอาคางบวม คางระบมไปหมด แถมทำยังไง้ ยังไงก็ไม่หายสักที
วันนี้เรามีคำตอบ‼️

blog acne on the chin 04
สิวขึ้นคาง

สิวขึ้นคาง เกิดจากอะไร❓

โดยปกติแล้ว สาเหตุหลักของการเกิดสิวขึ้นคางจะมาจากฮอร์โมนที่แปรปรวนของร่างกาย แต่พฤติกรรมประจำวันที่ผิดหลักอนามัยของเรา ก็มีส่วนทำให้สิวขึ้นที่เดิมซ้ำ ๆ ไม่หายสักทีเช่นเดียวกัน ซึ่งเราสามารถสรุปสาเหตุได้ดังนี้ค่ะ

อาการ PMS
อาการ PMS

1. อาการ PMS (Premenstrual Syndrome)

เป็นอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นในช่วงมีรอบเดือนของคุณผู้หญิง ทำให้รู้สึกเครียดง่าย หงุดหงิดง่าย ฮอร์โมนเริ่มไม่สมดุล เกิดสิวอักเสบตามใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณคาง เพราะระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) สูงขึ้นเพื่อกระตุ้นการทำงานของรังไข่

ฮอร์โมนแอนโดรเจนสูงกว่าปกติ
ฮอร์โมนแอนโดรเจนสูงกว่าปกติ

2. ฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) สูงกว่าปกติ

เป็นอาการผิดปกติตั้งแต่เกิดสำหรับคนที่มีฮอร์โมนแอนโดรเจน หรือฮอร์โมนเพศชายสูงกว่าฮอร์โมนเพศหญิง ส่งผลให้มีผิวมัน รูขุมขนกว้าง เช็ดล้างให้สะอาดหมดจดได้ยาก หากไม่พิถีพิถันเรื่องดูแลผิวให้ดี ก็ทำให้เกิดสิวได้ง่าย

ชอบบีบสิวโดยไม่จำเป็น
ชอบบีบสิวโดยไม่จำเป็น

3. ชอบบีบสิวและสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็น

เพราะสิ่งของรอบ ๆ ตัวเราเนี่ยแหละ คือแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นยอด หากเรานำมือที่หยิบจับเหล่านั้นมาสัมผัสใบหน้าต่อ ยังไงก็หนีปัญหาสิวไม่พ้นแน่นอน และการบีบสิวก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้องเลยแม้แต่น้อย เพราะหากบีบแล้วหัวสิวไม่หลุดทั้งหมด จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบ และขึ้นเรื้อรัง ซ้ำ ๆ ตรงจุดเดิมเอาได้

เสพติดคาเฟอีน
เสพติดคาเฟอีน

4. เสพติดคาเฟอีน

การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเอฟีนอย่างชาหรือกาแฟเป็นประจำ จะส่งผลให้ไตทำงานหนักจนเกินพอดี และกระตุ้นให้ฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้เกิดสิวทำงานมากขึ้นอีกด้วย

แพ้ผลิตภัณฑ์บางอย่าง
แพ้ผลิตภัณฑ์บางอย่าง

5. แพ้ผลิตภัณฑ์บางอย่าง

ไม่ได้มีแต่เครื่องสำอางเท่านั้นที่ทำให้ผิวหน้าเกิดแพ้และระคายเคือง แต่รวมถึงยาสีฟัน สบู่ล้างหน้า และแชมพูที่อาจมีสารเคมีอันตรายเป็นส่วนประกอบ ลองนึกภาพตามถึงตอนที่เราแปรงฟันหรือสระผม ผลิตภัณฑ์พวกนี้จะสัมผัสใบหน้าได้อย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก ซึ่งหากแจ็กพ็อตว่ามีสารเคมีที่เราแพ้ขึ้นมา ยังไงก็ต้องเกิดปัญหาสิวขึ้นคาง หรือบริเวณรอบปากอย่างแน่นอน

5 วิธีกำจัด สิวอุดตัน ให้ไปแล้วไปลับ ไม่กลับมา ‼️

0
สิวขึ้นคาง เกิดจากอะไร

สิวอุดตันแค่ชื่อก็คงกลัวกันแล้ววว เพราะสิวอุดตันได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแล้วหายยากมากกก ทั้งรอยดำ รอยแดง เรียกได้ว่าเป็นแล้วเครียดจนกว่าจะหายเลยจ้าาา แต่สาว ๆ ไม่ต้องเครียดกันน้าาา เพราะวันนี้เรามีวิธีดี ๆ ที่จะทำให้สิวอุดตันหายเกลี้ยงโดยไม่ต้องบีบสิว แถมไปแล้วไปลับไม่กลับมาให้เรารำคาญใจ แต่จะมีวิธีไหนบ้างไปดูกันนนน‼️

สิวอุดตัน
สิวอุดตัน

1. เช็ดเครื่องสำอางด้วยคลีนซิ่งทุกครั้ง

ถือเป็นขั้นเบสิกในการดูแลผิวหน้าให้เนียนใสไร้สิวกันเลยน้าาา คือการเช็ดเครื่องสำอางด้วยคลีนซิ่งทุกครั้ง ซึ่งทริคของขั้นตอนนี้คือการห้ามทิ้งเครื่องสำอางไว้บนหน้านาน ๆ และไม่ควรเกิน 9-10 ชั่วโมงต่อวันเพราะจะทำให้หน้าเราล้าจากสารเคมีของเครื่องสำอางรวมทั้งครีมกันแดดด้วยนะ ซึ่งข้อดีจของการใช้คลีนซิ่งก็คือช่วยลดสารตกค้างบนผิวหน้าของเราและช่วยทำให้ยับยั้งการเกิดสิวอุดตันได้ ซึ่งวิธีการเช็ดก็ง่าย ๆ แค่เช็ดตามแนวรูขุมขนโดยเริ่มจากบริเวณที่เกิดสิวอุดตันได้ง่ายก่อนคือ เริ่มจากหน้าผากจนไล่มาถึงขมับ, ช่วงจมูกไล่ลงมาจนถึงคาง และช่วงแก้ม + ตา ถ้าใครทำตามนี้รับรองว่าสิวอุดตันโบกมือลาแน่ ๆ จ้าาา

blog 5 ways to get acne 03
เช็ดเครื่องสำอาง

2. งดสกินแคร์กลุ่มที่มีส่วนผสมของ Oil และสกินแคร์กลุ่มเนื้อครีม

การใช้ สกินแคร์ ก็มีผลต่อการเกิดสิวอุดตันน้าาา ยิ่งใครที่หน้ามันหรือหน้าแพ้ง่ายควรเลี่ยงสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ Oil เพราะจะทำให้เราเกิดผิวอุดตันได้ง่าย และที่น่ากลัวกว่านั้นคือสิวอักเสบอาจจะตามมาด้วย ดังนั้นเราควรใช้สกินแคร์ที่มีส่วนประกอบช่วยลดการหลั่งของน้ำมันบนผิว ซึ่งจะทำให้ผิวเราแห้งลงและโอกาสการเกิดสิวต่ำ เช่น Niacinamide, L-Carnitine ถ้าสกินแคร์ตัวไหนมีส่วนผสมตามนี้รีบคว้าเลยจ้า แต่ยังไม่หมดน้าาา ถ้าใครคิดว่าสกินแคร์แบบเนื้อครีมรอดแน่ ๆ คิดผิดจ้าาา เพราะสกินแคร์กลุ่มเนื้อครีมคือตัวดีเลย ด้วยความที่ มีเนื้อค่อนข้างหนักและหนาจะทำให้เกิดสิวอุดตันได้ง่ายดังนั้นควรเปลี่ยนมาใช้สกินแคร์กลุ่มน้ำตบ, เจล หรือเซรั่มแทนเพราะมีโอกาสเกิดสิวอุดตันได้ต่ำกว่าเนื้อครีม

งดสกินแคร์
Protection grade of UVA

3. ผลัดเซลล์ผิวอาทิตย์ละ 1 ครั้ง

การผลัดเซลล์ผิวนั้นสำคัญนะคะสาว ๆ ซึ่งการผลัดเซลล์ผิวหน้าเป็นการขัดสิ่งสกปรกและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เพื่อลดการอุดตันและทำให้น้ำมันในรูขุมขนสามารถระบายออกได้ตามปกติ ส่งผลไปถึงตอนที่เราอายุมากขึ้นการผลัดเซลล์ผิวจะแย่ลงตามประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกาย เลยทำให้ มีสิวอุดตันเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ฉะนั้นควรใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยผลัดเซลล์ผิว เช่นการใช้ผลิตภัณฑ์สครับหน้าสูตร ต่าง ๆ ซึ่งเราก็สามารถทำสครับได้ด้วยตัวเอง เช่นใช้สูตรจากธรรมชาติอย่างโยเกริตกับน้ำตาล หรือจะซื้อสครับจากแบรนด์ต่าง ๆ ก็ได้ตามความสะดวกเลย ที่สำคัญมากกกคือควรผลัดเซลล์ผิวอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้งเป็นอย่างต่ำน้าาา

ผลัดเซลล์ผิว
ผลัดเซลล์ผิว

4. ล้างหน้าให้สะอาดและต้องให้เวลากับการล้างหน้า

การล้างหน้าไม่ใช่ว่าแค่กวัก ๆ น้ำใส่หน้าก็จบนะสาว ๆ เพราะการจะล้างหน้าให้สะอาดต้องใช้เวลามากเป็นพิเศษเลย ซึ่งทางที่ดีก็ควร 5 นาทีเป็นอย่างต่ำเพื่อที่หน้าเราจะไม่ได้แห้งจนเกินไป และเวลาล้างหน้าให้เราใส่ใจในบริเวณซอกผิวเป็นพิเศษไม่ว่าจะเป็นช่วงซอกจมูก, หว่างคิ้ว, กรอบหน้า,ไรผม, ขมับ, ไปจนถึงใต้คาง เพราะจะช่วยให้หน้าเราสะอาดและลดการตกค้างของสารเคมีหรือเชื้อโรค ซึ่งวิธีการล้างหน้าก็ง่ายมากกคือให้ล้างตามแนวรูขุมขนเริ่มตั้งแต่หน้าผาก ช่วงแก้ม+ตา จมูก และคาง โดยให้ใช้มือค่อย ๆ นวดเป็นวงกลมเพื่อที่จะได้ทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกมากยิ่งขึ้น และถือเป็นการนวดหน้าเพิ่มความผ่อนคลายไปในตัวอีกด้วย

ล้างหน้าให้สพอาด
ล้างหน้าให้สพอาด

5. เก็บมือให้ห่างจากใบหน้า

ใครที่ชอบเอามือไปจับ ๆ ถู ๆ หน้าควรหยุดน้า บีบสิว และกดสิวก็ควรหยุดเหมือนกัน เพราะมือของเรามีเชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรกสะสมอยู่มากมาย จากการไปสัมผัสสิ่งของต่าง ๆ ดังนั้นเมื่อเราใช้มือลูบบนผิวหน้าระหว่างวันสิ่งสกปรก ก็จะถูกทิ้งอยู่บนผิวหน้าและสามารถก่อให้เกิดการอุดตันได้ นอกจากนั้นยังมีสิวอักเสบที่จะตามมาด้วย ฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงไม่ให้มือสัมผัสโดนผิวหน้าแต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็ควรใช้กระดาษทิชชู่เช็ดแทนน้าาา

ผลัดเซลล์ผิว
ผลัดเซลล์ผิว

6. สรุป 5 วิธีกำจัด สิวอุดตัน

📍เป็นไงบ้างคะสาว ๆ กับทั้ง 5 วิธีกำจัดสิวอุดตันของเรา ทำไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ แต่ละวิธีก็เป็นอะไรที่เราทำในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะการเช็ดหน้า ล้างหน้าอีกทั้งยังช่วยให้หน้าของเราสะอาดปราศจากสิวอื่น ๆ ด้วยนะ ซึ่งรับรองว่าถ้าทำตามนี้สิวอุดตันไปแล้วไปลับไม่กลับมาแน่ๆจ้า คอนเฟิร์ม ‼️

อยากรู้ไหม ? SPF และ PA คืออะไร? จะได้เลือกใช้ครีมกันแดดได้อย่างถูกต้องกันค่ะ

0
อยากรู้ไหม ? SPF และ PA คืออะไร?

อาจจะเคยได้ยินกันว่า “UV มีอยู่ทุกที่” นั่นคือเรื่องจริงที่สุด ไม่ว่าจะอยู่บ้าน ในตึก รถ ออฟฟิศ หน้าจอคอมพิวเตอร์ และนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ต้องป้องกันผิวของเราตลอดเวลา‼️

ศัพท์ของครีมกันแดดที่เราเห็นกันบ่อยๆ ก็จะมีอยู่ไม่กี่คำ UVA UVB UVC หรือ SPF PA ที่มีตั้งแต่บวกเดียว สองบวก หรือสามบวก รู้กันไหมว่าศัพท์เหล่านี้มันสื่อถึงอะไร วันนี้เรามารู้จักคำศัพท์เหล่านี้กันดีกว่าค่ะ จะได้เลือกใช้ครีมกันแดดได้อย่างถูกต้องกันค่ะ

blog sfp pa 02
เลือกใช้ครีมกันแดด

☀️SPF หรือ Sun Protection Factor

คือความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UVB) หมายเลข SPF จะบ่งบอกว่า ใช้เวลานานเท่าใดในการเผาผิวไหม้เมื่อผิวเราสัมผัสแสงแดด ปกติก็จะประมาณ 10-20 นาที เช่น SPF20 ก็จะช่วยปกป้องผิวจากการไหม้นานกว่าประมาณ 20 เท่า หรือประมาณ 200-400 นาทีนั่นเองค่ะ ในปัจจุบันค่า SPF ที่มากที่สุดอยู่ที่ 50 ค่ะ แต่แนะนำว่า ควรทาครีมกันแดดซ้ำอย่างน้อยทุก 2-4 ชั่วโมง เพราะว่าเหงื่ออาจล้างครีมกันแดดออกไปโดยที่เราไม่รู้ตัว

blog sfp pa 03
Sun Protection Factor

☀️PA ย่อมาจาก Protection grade of UVA

คือ การแสดงถึงระดับการป้องกันจากรังสี UVA

PA+ = การป้องกัน UVA 2 เท่าของผิวปกติ หรือป้องกันได้น้อย

PA++ = การป้องกัน UVA 4 เท่าของผิวปกติ หรือป้องกันได้ปานกลาง

PA+++ = การป้องกัน UVA 8 เท่า หรือป้องกันได้มาก

Protection grade of UVA
Protection grade of UVA