ที่สุด 5 คลีนซิ่ง ทำความสะอาดเครื่องสำอาง ลดสิว มาแรงในปี 2019

0
Top 5 Cleansing

หลายคนที่รักในการแต่งหน้า คงหนีไม่พ้นที่จะต้องมี คลีนซิ่งล้างเครื่องสำอางดีๆ เอาไว้ช่วยดูแลผิว ของเราให้สะอาดหมดจดเพื่อลดปัญหาการเกิดสิวใช่ไหมคะ ในท้องตลาดปัจจุบันก็มีหลากหลายแบรนด์ให้เลือกซึ่งล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ตั้งแต่แบรนด์ Drugstore ราคาหลักร้อยไปจนถึงเคาน์เตอร์แบรนด์ราคาแพง

การเลือกผลิตภัณฑ์ คลีนซิ่ง ให้ถูกกับผิวก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะ คลีนซิ่งนั้นมีหลายรูปแบบ เช่น แบบน้ำมัน, แบบของเหลว, แบบเจล, แบบครีม, แบบน้ำนมและแบบแผ่น แต่ละรูปแบบนั้นแตกต่างกันที่ปริมาณส่วนผสมของสารทำความสะอาด

วันนี้แอดมินจะมาแนะนำ คลีนซิ่งสูตรน้ำ ที่เหมะสำหรับ ผิวผสม ผิวมัน และผิวบอบบางแพ้ง่าย กันค่ะ

1. Aqua+ Series Purifying Cleansing Water

อควาพลัสซีรี่ส์ เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มเวชสำอางที่ขึ้นชื่อเรื่องความอ่อนโยน คืนความชุ่มชื่นให้กับผิว ความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์นี้คือ เทคโนโลยีต่างๆ ที่นำมาเป็นส่วนผสม ได้ถูกค้นคว้าและวิจัยที่ USA ดูสำหรับผิวที่บอบบางแพ้ง่าย สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย โดย คลีนซิ่ง (สูตรน้ำ )ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึก และเครื่องสำอางแม้สูตรกันน้ำได้อย่างหมดจด  ด้วยส่วนประกอบหลักที่เป็นน้ำมากกว่า 80% ปราศจากน้ำมัน ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่ใส่สี ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสารลดแรงตึง และไม่ผสมพาราเบน จึงทำให้ อควาพลัสซีรี่ส์ อ่อนโยนต่อใบหน้า แม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย ซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ สูตรเฉพาะ สำหรับผิวมัน – ผิวแพ้ง่าย  มี 2 ขนาด 50 ml และ 150 ml

2. BIODERMA Sébium H2O สำหรับ ผิวมัน-ผิวผสม (ฝาสีเขียว)

คลีนซิ่ง (สูตรน้ำ) เพื่อคนผิวมัน และลดโอกาสเกิดสิวใหม่ที่ต้นเหตุคลีนซิ่งวอเตอร์ และ เมคอัพรีมูฟเวอร์ ที่ทำความสะอาดผิวผสมถึงผิวมันได้อย่างหมดจดและอ่อนโยนด้วยนวัตกรรมไมเซลล่า วอเตอร์ โดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง พร้อมช่วยควบคุมความมัน ลดโอกาสการเกิดสิว ไม่ทำให้อุดตันรูขุมขน ปราศจากแอลกอฮอล์และสารแต่งสี
เหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย, ผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง, ผิวหลังการทำ Laser หรือ Treatment ต่างๆ Micelle technology DAF PATENT ช่วยให้ผิวแข็งแรง เพิ่มความต้านทานของผิวต่อสิ่งแวดล้อม

3. Smooth E Acne clear makeup cleansing water

คลีนซิ่ง (สูตรน้ำ) เพิ่มระดับความสะมารถในการขจัดคราบเมคอัพสูตรติดทนนาน ทำความสะอาดเครื่องสำอางที่ฝังแน่นได้อย่างหมดจด แม้ประเภท waterproof “Double Micellar” ที่ช่วยทำความสะอาดและอ่อนโยนต่อผิวได้ในขณะเดียวกัน

ป้องกันและดูแลปัญหาสิวทุกขั้นตอน สลายต้นตอสิวอุดตัน ด้วยประสิทธิภาพของสารสกัดธรรมชาติ Mangosteen Extract ลดเลือนริ้วรอย รอยดำ รอยแดง จากสิว ด้วยสารสกัดธรรมชาติ Centella Asiatica Extract

4. Eucerin DermoPurifyer Acne and Makeup Cleansing Water

คลีนซิ่ง (สูตรน้ำ) ความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์นี้คือเทคโนโลยีเติมออกซิเจนให้ผิว และเทคโนโลยี Micro-Micellar จากยูเชอริน
ที่ออกแบบให้โมเลกุลพิเศษสามารถขจัดคราบเครื่องสำอางฝังลึก แม้สูตรกันน้ำช่วยทำความสะอาดอย่างล้ำลึกและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นไปพร้อมกัน เช็ดเครื่องสำอางได้ทุกประเภททั่วทั้งบริเวณใบหน้า รวมถึงรอบดวงตาที่อ่อนโยน อีกทั้งมีส่วนผสมที่เสริมการผลัดผิวใหม่ เผยผิวสวย สะอาด แลดูสุขภาพดี

รุ่นนี้ไม่ผสมน้ำหอม, สารกันบูดและแอลกอฮอล์จึงไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ใช้ได้กับทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบางแพ้ง่ายก็ไม่ต้องกังวล


5. BIFESTA Cleansing Lotion Sebum ( สำหรับผิวผสม-ผิวมัน)

คลีนซิ่ง (สูตรน้ำ) ขจัดความมันและสิ่งสกปรกได้อย่างดีเยี่ยม สะอาดลึกทุกรูขุมขน เสริมด้วยสารสกัดจากชาเขียวช่วยกระชับรูขุมขน ตามด้วยการบำรุงจากไฮยารูลอนเพื่อผิวชุ่มชื่น อ่อนโยน ไม่ก่อการระคายเคืองเพราะไม่มีน้ำหอม, แอลกอฮอล์,และพาราเบน เนื้อสัมผัสเหลวใส มีกลิ่นอ่อน ๆ สดชื่น เพียงเช็ดทำความสะอาดทั่วใบหน้าไม่ดี่ครั้ง ผิวก็สะอาดไร้เครื่องสำอางตกค้าง ราคาประหยัด

  ขายดี!        
ชื่อสินค้า Purifying Cleansing Water BIODERMA Sebium H2O Smooth E Acne
Clear Makeup
Cleansing Water
Eucerin DermoPurifyer
Acne and Makeup
Cleansing Water
Bifesta Cleansing
Lotion Sebum
&nbsp Purifying Cleansing Water BIODERMA Sebium H2O Smooth E Acne Clear Makeup Cleansing Water Eucerin DermoPurifyer Acne and Makeup Cleansing Water Bifesta Cleansing Lotion Sebum
อันดับ 1 2 3 4 5
แบรนด์ Aqua+ Series Bioderma Smooth E Eucerin Bifesta
รูปแบบผิว ทุกสภาพผิว ผิวบอบบางแพ้ง่าย
ผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง
ทุกสภาพผิว ทุกสภาพผิว ผิวมัน และผิวผสม
สูตร น้ำ น้ำ น้ำ น้ำ น้ำ
ผลลัพธ์ ★★★★★ ★★★★★ ★★★★ ★★★ ★★★
ราคา 50 ml – 380.-
150 ml – 950.-
100 ml – 400.-
250 ml – 850.-
300 ml – 535.- 200 ml – 900.- 300 ml – 390.-
การันตีคืนเงิน 60 วัน ไม่มีการันคืนเงิน ไม่มีการันคืนเงิน ไม่มีการันคืนเงิน ไม่มีการันคืนเงิน
แหล่งจำหน่าย ShopNow ShopNow ShopNow ShopNow ShopNow
สั่งออนไลน์ บริการ บริการ บริการ บริการ

สาเหตุของการเกิดสิวคืออะไร

0
สาเหตุของการเกิดสิว

หลายคนมักมีคำถามว่า สิว เกิดจากอะไรบ้าง ซึ่งจากการศึกษาข้อมูลพบว่า สาเหตุของการเกิดสิวนั้นอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย  การเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนในร่างกาย ปัจจัยภายนอก และปัจจัยภายในร่างกาย ปัจจัยที่เกิดจากการใช้ยา รวมถึงพฤติกรรมในการดูแลตัวเอง ที่ล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดสิวได้ทั้งสิ้น 

เหตุที่ทำให้เกิดสิวเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย propionibacterium acnes หรือ P. acne กระตุ้นให้รูขุมขนบริเวณที่เป็นสิวมีการสร้างเคอลาติน (keratin) ที่ผิดปกติ ทำให้เกิดการอุดตันที่บริเวณรูขุมขนนั้นมากขึ้น กลายเป็นเม็ดสิว และสิวอักเสบได้ หากเราเป็นกลุ่มคนที่เป็นสิวง่าย การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันปัญหาการเกิดสิว ให้กับตัวเราได้

สิว ที่เกิดจากปัจจัยภายนอก

1. มลภาวะ

มลภาวะต่างๆ  ฝุ่น ควันรถยนต์ สิ่งสกปรก ที่ลอยอยู่ตามท้องถนน ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ผิวเราไม่ต้องการ อาจจะทำให้สิ่งต่างๆเหล่านี้สะสมที่ใบหน้า ทำให้เกิดการอุดตันทีรูขุมขน จึงเป็นสาเหตุของการเกิดสิวที่เพิ่มขึ้น

2. แสงแดด

แสงแดดมีรังสียูวีสูงมาก โดยบางครั้งแม้เราออกไปสัมผัสกับแสงแดดเพียงไม่กี่นาที่ อาจทำให้เรารู้สึก แสบร้อน หรือ เหงื่อออก เนื่องจาก แสงแดดจะกระตุ้นให้ผิวเกิดรอยแดง ผิวอักเสบ รวมถึง กระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันออกเพิ่มขึ้น ก็เป็นสาเหตุของสิวที่เพิ่มขึ้นได้เช่นกัน

3. เครื่องสำอาง

การใช้เครื่องสำอางในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้หญิ่งอย่างเราๆ แต่หารู้ไหมว่า เครื่องสำอางบางอย่างที่ไม่ได้มีมาตรฐานในการผลิต หรือ มีการตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งมีส่วนผสมของสารเคมีที่มากเกินไป และสารเคมีบางอย่างอาจจะกระตุ้นให้เกิดสิวได้ เพราะหากเครื่องสำอางที่เราใช้ทาตกค้างอยู่ที่ผิว จะทำให้เกิดการอุดตันของผิวหนัง และทำให้เกิดสิวขึ้นมาได้

4. การทำความสะอาดใบหน้า

การล้างหน้าที่ไม่ถูกวิธี  อีกทั้งการเลือกผลิตภัณฑ์มาทำความสะอาดที่ไม่ตรงกับผิวหน้าก็มีผลต่อความมันบนใบหน้า และ ปัญหาการเกิดสิว  อย่างเช่น หากเราทากันแดด แต่ล้างหน้าด้วย สบู่ล้างหน้า ก็ไม่สามารถทำความสะอาดได้อย่างหมดจด ทำให้เกิดการอุดตัน ได้เช่นกัน

สิว ที่เกิดปัจจัยภายใน

1.  Hormones (ฮอร์โมน) 

ร่างกายสร้างฮอร์โมน Testosterone ทำให้มีการสร้างไขมันเพิ่ม โดยมากฮอร์โมนจะเริ่มสร้างเมื่ออายุ 11-14 ปี ดังนั้นเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นผิวหนังบริเวณใบหน้าจะมันมากขึ้น ความมันบนหน้า และ แบคทีเรีย P. acne จะเพิ่มมากขึ้นในบริเวณรูขุมขนบริเวณที่มีต่อมไขมันขนาดใหญ่ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสิว

2. Bacteria  หรือ แบคทีเรีย

คนที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย การที่ต่อมไขมันสร้างน้ำมันออกมามากเกินจะทำให้ เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้แบคทีเรีย (P.acne) เจริญเติบโตได้ดี ซึ่งจะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ บวมแดง

3. ความเครียด

ความเครียดจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น ความครียดจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ของการเกิดสิวตามมาได้

ปัจจัยบางอย่าง อาจไม่ใช่ต้นเหตุของการเกิดสิว แต่เป็นเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เป็นสิวได้ง่ายกว่าเดิม

* อาหารที่มีน้ำตาล หรือ แป้งมาก

* การสูบบุหรี่

* เครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขนได้

* ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ก่อให้เกิดการอุดตัน

* การนอนดึก

* ทานน้ำน้อย

* เครียดเป็นประจำ

* การดูแลความสะอาดที่นอน ปลอกหมอน และ ผ้าขนหนู

10 วิธีลดสิวโดยธรรมชาติ

0
10 วิธีลดสิวโดยธรรมชาติ

หากบางครั้งคุณโดนสิว บุก จนน่ารำคาญ ไม่ว่าจะ บีบสิว กดสิว ก็แล้ว ก็ยังไม่หาย แถมกลับมาเป็นซ้ำๆ ที่เดิมๆ ซึ่งแอดมินมันใจว่า ใครที่เป็นปัญหานี้อยู่ต้อง เบื่ออย่างแน่นอน บางคนต้องไปซื้อยามาใช้แต่ ก็ตามมาด้วย ผิวแห้ง ระคายเคืองง่าย

วันนี้ แอดมินได้รวบรวม 10 วิธีการดูแลสิว แบบที่ว่าลองแล้วได้ผลกับตัวเอง มาบอกต่อกันค่ะ

10 วิธีลดสิวโดยธรรมชาติ | Aqua+ Series
ดินสอพอง

1. ดินสอพอง

ดินสอพองเมื่อนำมาบดและละลายกับน้ำ จะมีความเหนียวหนืด เหมาะกับการนำมาพอกหน้าเพื่อลดความมันบนผิวหน้า ช่วยให้สิวอักเสบแห้งเร็ว นิยมนำมาผสมกับสมุนไพรอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาสิว

แต่ใน 1 สัปดาห์ไม่ควรพอกเกิน 3 ครั้ง เพราะจะทำให้ผิวหน้าแห้งมากจนเกินไป และอาจจะทำให้เกิดสิวเพิ่มขึ้นกว่าเดิม

10 วิธีลดสิวโดยธรรมชาติ | Aqua+ Series
หอมแดง

2. ลดสิวด้วยหอมแดง

นำหอมแดงมาสับ หรือ ปั่น ผสมน้ำสะอาดลงไปนิดนห่อย แล้ว นำทั้งน้ำทั้งเนื้อหอมแดงมาพอกหน้าไว้ประมาน 10 นาที แล้วล้างออก สูตรนี้ทำได้ทุกวัน ช่วยให้สิวอักเสบยุบตัวลง และทำให้รอยดำรอยแดงจากสิวจางลง ช่วยยับยั้งแบคทีเรีย ลดการเกิดสิวใหม่

10 วิธีลดสิวโดยธรรมชาติ | Aqua+ Series
ไข่ขาว

3. ไข่ขาว

เป็นเหมือนกาวจากธรรมชาติ ช่วยดีท็อกซ์ผิวหน้าให้สะอาดลึกถึงรูขุมขน ช่วยให้ผิวเด้งกระชับ ช่วยลอกสิวเสี้ยนได้ด้วย ยิ่งใช้ร่วมกับมะนาวก็จะทำให้สิวยุบเร็วขึ้น รอยสิวจางลง ช่วยให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใส

10 วิธีลดสิวโดยธรรมชาติ | Aqua+ Series
น้ำมะนาวสด

4. สูตรลดสิวด้วยมะนาว

บีบน้ำมะนาวสดๆ ในถ้วย ผสมน้ำอุ่นลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำสำลีมาชุบน้ำมะนาวให้ชุ่ม แปะพอกไว้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 10-15 นาที วิธีนี้จะช่วยทำให้สิวแห้งและยุบตัวเร็ว อีกทั้งยังจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้อีกด้วย สามารถทำได้ทุกวัน

10 วิธีลดสิวโดยธรรมชาติ | Aqua+ Series
มะละกอสุก

5. มะละกอ

มะละกอ นอกจากจะนิยมทานเพื่อช่วยเรื่องระบบขับถ่าย และช่วยบำรุงผิวพรรณแล้ว ยังสามารถนำมาช่วยรักษาสิวอักเสบ และลดรอยดำจากสิวได้ด้วย เนื่องจากในมะละกอมีเอนไซม์ปาเปน (enzyme papain) และ ไคโมปาเปน (Chymopapain) ช่วยย่อยโปรตีน ซึ่งสามารถลดการอักเสบต่างๆ ของผิวหนังได้ และยังช่วยสมานแผลได้ดี

10 วิธีลดสิวโดยธรรมชาติ | Aqua+ Series
น้ำผึ้งและโยเกิร์ตรสธรรมชาติ

6. ลดรอยสิวด้วยน้ำผึ้งและโยเกิร์ตรสธรรมชาติ

ส่วนผสมยอดนิยมสำหรับการรักษาสิวและบำรุงใบหน้า ให้เตรียมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ผสมกับน้ำผึ้งแท้ในอัตราส่วนที่เท่ากัน คนให้ส่วนผสมเข้ากันแล้วนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า หรือจะแต้มที่สิวอย่างเดียวก็ช่วยลดรอยสิวได้ ที่สำคัญยังทำให้ใบหน้าแลดูกระจ่างใสมากขึ้น แถมเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

10 วิธีลดสิวโดยธรรมชาติ | Aqua+ Series
มะเขือเทศสด

7. ลดรอยสิวด้วยมะเขือเทศ

มะเขือเทศถือเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับการบำรุงใบหน้าให้สดใสและเปล่งประกาย ซึ่งการใช้มะเขือเทศนั้นก็สามารถรักษาสิวได้ดีเช่นกัน โดยเริ่มจากการหั่นมะเขือเทศเป็นแว่นๆ หรือจะใช้วิธีการบดมะเขือเทศให้ละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกันก็ได้ จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำติดต่อกันประมาณ 1 สัปดาห์ จะช่วยให้รอยสิวค่อยๆ จางลง

10 วิธีลดสิวโดยธรรมชาติ | Aqua+ Series
ว่านหางจระเข้

8. ลดรอยสิวด้วยว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้มีสรรพคุณในการรักษาสิว ซึ่งจะทำหน้าที่ในการลดสิวและลดการอักเสบของสิวได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังช่วยลดรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวให้ดูจางลงได้อีกด้วย ที่สำคัญคือมีความปลอดภัยและสามารถรักษาสิวให้หายได้อย่างรวดเร็วทันใจ หมดกังวลเรื่องการแพ้จากการรักษาสิวด้วยยาแต้มสิวไปได้เลย

10 วิธีลดสิวโดยธรรมชาติ | Aqua+ Series)
น้ำแข็ง

9. ลดรอยสิวด้วยน้ำแข็ง

เป็นวิธีรักษาสิวและลดสิวที่ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่นำก้อนน้ำแข็งห่อด้วยผ้าขนหนูที่มีความนุ่ม จากนั้นนำมาวางบนสิว จะช่วยลดการอักเสบ ลดอาการคัน และยังช่วยลดรอยสิวได้เป็นอย่างดี

10 วิธีลดสิวโดยธรรมชาติ | Aqua+ Series
เปลือกมังคุด

10. เปลือกมังคุด

มังคุด เป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อในเรื่องลดการอักเสบของผิวหนังได้ โดยในเปลือกมังคุดจะมีสารสำคัญที่เรียกว่า GM-1 ที่ช่วยระงับการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และยังมีสาร Xanthone ช่วยต้านการอักเสบ รวมถึงสาร Tannin ที่ช่วยสมานแผลให้หายเร็วมากขึ้น

สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องสิว หากกำลังมองหาวิธีรักษาสิวและลดรอยสิว ลองหันมาใช้วิธีธรรมชาติและปฏิบัติตามคำแนะนำในการลดและป้องกันสิวตามที่กล่าวมาดู นอกจากจะให้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาดแล้ว ยังไม่ต้องกังวลใจเรื่องความปลอดภัยต่อผิวหน้าอีกด้วย

วิธีหลีกเลี่ยงการเกิดสิว

0
วิธีหลีกเลี่ยงการเกิดสิว

จากบทความ สาเหตุของการเกิดสิวคืออะไรนั้น เราพอจะทราบแล้วใช่ไหมคะว่า มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เราเกิดความเสี่ยงในการเป็นสิว

โดยปกติแล้วการดูแลสิวที่ถูกต้องที่สุดคือการพบแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษา แต่บางครั้งการพบแพทย์ก็อาจจะเป็นการสิ้นเปลือง และหลายคนคงอยากรู้ว่า หากเราจะดูแลและป้องกันสิวด้วยตัวเองนั้นมีอะไรบ้าง เราไปดูกันเลยค่ะ

วิธีหลีกเลี่ยงการเกิดสิว | Aqua+ Series
รักษาความสะอาดหน้าอย่างสม่ำเสมอhttps://www.aquaplus.co.th/collections/aqua-series-products

1. รักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ 


สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิว ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวให้ตรงกับปัญหาผิว หากมีการแต่งหน้า หรือ ทาครีมกันแดด ควรหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำความสะอาดได้อย่างหมดจด เพื่อไม่ให้ตกค้างที่รูขุมขนจนทำให้เกิดการอุดตัน

วิธีการหลีกเลี่ยงการเกิดสิว | Aqua+ Series
หลีกเลี่ยงการกระตุ้นสิวhttps://www.aquaplus.co.th/blogs/infos/acne-causes

2. หลีกเลี่ยงปัจจัยภายนอก ที่กระตุ้นให้เกิดสิว

เช่นแสงแดด และฝุ่นควัน งดการล้างและถูหน้าแรง ๆ หรือนวดหน้า รวมถึงการบีบและแกะสิว

วิธีหลีกเลี่ยงการเกิดสิว | Aqua+ Series
ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว

3. ดื่มน้ำวันละเยอะๆ วันละ 8 แก้ว หรือ 2 ลิตร

เนื่องจากน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญ 2 ใน 3 ของร่างกาย หากดื่มน้ำน้อยจนเกินไปจะทำให้ผิวแห้งหมองคล้ำ และมีความมันบนใบหน้าร่วมด้วย จึงทำให้เกิดสิวได้ง่าย ดังนั้นควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวัน จะช่วยรักษาสมดุลร่างกาย และ ลดโอกาสในการเกิดสิวได้อีกด้วย

วิธีหลีกเลี่ยงการเกิดสิว | Aqua+ Series
พักผ่อนให้เพียงพอ

4. พักผ่อนให้เพียงพอ

ปรับรูปแบบการใช้ชีวิตให้สมดุล และรู้จักจัดการความเครียด เนื่องจากความเครียด ทำให้ต่อมไขมันทำงานมากกว่าปกติ ทำให้ผิวมีความมันขึ้น โอกาสในการเกิดสิวก็จะมีตามไปด้วย ดังนั้นหากรู้ตัวว่าเริ่มเกิดความเครียด ให้หากิจกรรมต่างๆ ทำ เช่นการ พักผ่อน เดินเล่น หรือ ทำให้หายเครียด ก็จะช่วยการลดโอกาสในการเกิดสิวได้เช่นเดียวกัน

วิธีการดูแลการเกิดรอยสิว

0

วิธีการดูแลการเกิดรอยสิว | Aqua+ Series

สำหรับปัญหาจุดด่างดำหรือรอยสิวคงไม่ต้องอธิบายกันมากว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง สาเหตุก็คือ ผลลัพธ์ที่มักมาหลังจากเกิดสิวนั่นเอง

รอยสิว คือรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว เมื่อเป็นสิวอักเสบหรือสิวอุดตัน ในบางครั้งหลังสิวนั้นหายไป จะทิ้งร่องรอยเอาไว้ ซึ่งรอยสิวเหล่านั้นเป็นผลมาจากกระบวนการฟื้นฟูสภาพผิวด้วยการสร้างสารคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ จึงปรากฏเป็นรอยสิวในรูปแบบต่าง ๆ บนผิวหนัง โดยการดูแลรักษาผิวหนังแต่เนิ่น ๆ หลังเกิดสิว อาจช่วยป้องกันการเกิดรอยสิวได้

อยู่เฉย ๆ เดี๋ยวหายเอง

จริงๆแล้วเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุด และ ไม่ต้องเสียเงินในการดูแล แต่หากคุณอายุยังน้อย การดูแลด้วยวิธีนี้อาจจะได้ผล แต่หากคุณมีอายุ 20+ ขึ้นไป หากคุณมีรอยเป็นจำนวนมากการปล่อยให้หายเอง อาจจะช้าเกิดไปสำหรับ วัยรุ่นอย่างๆเราๆได้

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoids)

ในปัจจุบันมีให้เลือกทั้งแบบแอลกอฮอล์เบสและแบบวอเตอร์เบส ส่วนการเลือกใช้ก็ดูว่าเราเหมาะกับแบบไหนมากกว่ากัน ระหว่าง เรตินเอ  หรือ ดิฟเฟอริน  เหล่านี้สามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดจุดด่างดำจากรอยแผลสิวได้เป็นอย่างดี 



ครีมลดรอยสิว

ให้คุณพยายามเลือกครีมลดรอยดําจากสิวที่มีส่วนผสมของวิตามินอี วิตามินซี อาร์บูติน กลูต้าไธโอน โคจิก ทรานซามิค ฯลฯ ซึ่งสามารถลดรอยแดง รอยดำจากสิวได้ค่อนข้างดี




การทำเลเซอร์

เลเซอร์ผิวหนัง เป็นวิธีการที่แพทย์จะใช้อุปกรณ์ยิงลำแสงเลเซอร์ไปบนผิวหนังบริเวณที่เป็นรอยสิว เพื่อกำจัดผิวหนังชั้นนอกที่เกิดความเสียหายหลังการเกิดสิวนั้นทิ้งไป และกระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ในผิวชั้นกลาง เพื่อให้ผิวบริเวณนั้นดูเรียบเนียนสม่ำเสมอกัน และหลังทำเลเซอร์อาจต้องใช้เวลาหลายวันกว่าสภาพผิวจะฟื้นตัวอย่างเต็มที่



วิตามิน ซี / อาร์บูติน / กรดโคจิก (Vitamin C, Arbutin, Kojic Acid)

สารที่แพทย์ผิวหนังแนะนำให้ใช้เพื่อลบเลือนร่องรอยสิวที่เกิดขึ้น คือ วิตามินซี หรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญต่อร่างกาย อาร์บูติน เป็นสารสกัดจากต้นแบร์เบอร์รี่ (Bearberry) และกรดโคจิก สารสกัดทางธรรมชาติที่ได้จากเห็ด สารเหล่านี้มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นเซลล์ผิว และลบเลือนร่องรอยจากการเกิดสิวได้ด้วย โดยผู้ป่วยสามารถมองหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนประกอบเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องมีคำสั่งจากแพทย์

การฉีดสเตียรอยด์

เป็นวิธีการรักษารอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว โดยเฉพาะชนิดแผลเป็นนูน แพทย์จะฉีดสารคอร์ติโคสเตียรอยด์ เช่น ไตรแอมซิโนโลน อีซีโตไนด์ (Triamcinolone Acetonide) เข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณที่ต้องการทำการรักษา

การกรอผิว

วิธีการนี้ แพทย์จะใช้เครื่องมือกรอขัดผิวหนังส่วนที่เป็นรอยสิวออกไป เพื่อให้ผิวหนังชั้นที่ลึกลงไปได้ผลัดเซลล์ผิวขึ้นมาใหม่แทนที่เซลล์ที่ถูกจำกัดไป รอยสิวจะหายไป ในขณะที่เซลล์ผิวหนังใหม่จะช่วยทำให้ผิวส่วนที่เป็นรอยสิวแต่เดิมเรียบเนียนสม่ำเสมอกับผิวบริเวณใกล้เคียงมากขึ้น แต่กว่าสภาพผิวจะฟื้นตัวอย่างเต็มที่อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์

4 อันดับ ผลิตภัณฑ์ดูแลสิวที่ดีที่สุดในปี 2019

0

Top-4-Acne-Treatments

ความลับเรื่องสิวที่สาวๆ อาจไม่เคยรู้มาก่อน

สวัสดีค่ะสาว ๆ กลับมาพบกับบทความจาก Euphoria อีกครั้งแล้วนะคะ

สำหรับบทความครั้งนี้ขออนุญาตเอาใจสาว ๆ ที่มีปัญหาเรื่องสิวกันเสียหน่อย…แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าเรื่องสิวเป็นเรื่องของวัยรุ่นเท่านั้นนะคะเพราะไม่ว่าสาว ๆ วัยไหนก็เป็นสิวได้

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจไปว่าปัญหาสิว ๆ เป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่เชื่อไหมจากการสำรวจของเราพบว่าสาวๆ ส่วนใหญ่รับมือกับปัญหาสิวไม่ถูกวิธีและทำให้สิวรุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่กว่าเดิม ไม่ต้องไปอื่นไกล ก็แม้แต่สมาชิกในทีม Euphoria ของเราที่คิดว่ามีประสบการณ์จัดการปัญหาสิวมาตั้งแต่วัยรุ่นก็เพิ่งรู้ตัวว่าพวกเรารักษาสิวผิดวิธีมาตลอดเลยค่ะ!

วันนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะ
ว่าทำไมคนส่วนใหญ่จึงรักษาสิวผิดวิธีมาตลอด

ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนว่าไม่ว่าคุณจะมีสภาพผิวแบบไหนก็ไม่มีผลิตภัณฑ์สารพัดนึกใดที่สามารถรักษาสิวให้หายชะงัก การใช้ผลิตภัณฑ์แรง ๆ อาจทำให้เกิดผลดีระยะสั้นแต่ทำลายผิวของคุณในระยะยาวจนกู่ไม่กลับได้ ดังนั้นวันนี้เราจะมาค้นหากันว่าอะไรคือสิว ทำไมคนเราจึงมีสิว และแชร์ 3 ขั้นตอนลับในการรักษาสิวให้หายขาดกันค่ะ

สิวคืออะไร?

สิวถือเป็นโรคชนิดหนึ่งซึ่งเกิดจากต่อมรูขุมขนบนผิวหนังถูกอุดตันและติดเชื้อ สิวอาจผุดขึ้นบนหน้า อก ไหล่ คอ หรือหลังส่วนบน รวมถึงเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่ส่วนใหญ่มักเกิดกับผู้ใหญ่ตอนต้น เรื่อยไปจนถึงสาวๆ อายุ 50 ปีก็ยังมีความเสี่ยงอยู่นะค่ะ

อะไรคือสาเหตุหลักของสิว?

ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าสิวเกิดจากอะไรกันแน่ค่ะ แต่เชื่อว่าสาเหตุหลักน่าจะเกิดจากระดับฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) ในร่างกายแปรปรวน หากแอนโดรเจนเพิ่มขึ้นต่อมไขมันก็จะผลิตน้ำมันมากขึ้นซึ่งทำให้เกิดไขมันส่วนเกินบริเวณผิวหนัง ดังนั้นสาเหตุหลักของการเกิดสิวคือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งฮอร์โมนของสาว ๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้ในหลายช่วงเวลา เช่น ตอนตั้งครรภ์ และการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนนี้เองที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการผิดปกติอื่น ๆ เช่น ผิวลอก ผิวมัน แบคทีเรีย กรดไขมันในต่อมไขมัน

อีกส่วนหนึ่งคือไลฟ์สไตล์ของสาวๆ ก็อาจทำให้ปัญหาสิวแย่ลงได้เช่นกัน

แล้วเราจะรักษาสิวยังไงดี?

ตอบยากมากเลยค่ะ…อย่างที่บอกไปข้างต้น หากมีผลิตภัณฑ์ตัวไหนสามารถแก้ปัญหานี้ได้ชัวร์ 100% รับรองขายดีจนผลิตไม่ทันแน่ ๆ ค่ะ

สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือเริ่มจากการวิเคราะห์ปัญหาสิวของเราก่อนว่ารุนแรงแค่ไหน เล็กน้อย ปานกลาง หรือผุดขึ้นแดงเต็มหน้าไปหมด หากรู้ว่าปัญหาสิวของเรารุนแรงมากแค่ไหน สาวๆ ก็จะสามารถเลือกว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์เคาน์เตอร์แบรนด์ธรรมดาหรือต้องรักษาเข้มข้นด้วยการหาหมอควบคู่ไปด้วย

แล้วอะไรทำให้รักษาสิวไม่หาย:
การใช้ผลิตภัณฑ์รักษาแค่ตัวเดียว

ความลับ: รักษาแบบผสมผสานสิ!

ทราบไหมคะ ว่าการรักษาแบบผสมผสานโด่งดังมากในสหรัฐอเมริกาและเกาหลี รวมถึงตอนนี้แบรนด์อเมริกาส่วนใหญ่เน้นการรักษาแบบผสมผสานเพื่อรักษาสิวที่เกิดจากความมันและคนไข้มีผิวไวต่อการแพ้

ทางที่ดีที่สุดในการรักษาสิวคือการทำให้ผิวสะอาดเป็นประจำด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้อง!

การดูแลผิวให้สะอาดปราศจากสิวเป็นประจำถือเป็นศาสตร์ของสาวเกาหลีที่เรียกว่า K-Beauty ก็คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมสาวเกาหลีถึงไม่ค่อยมีสิวหรือหน้ามัน หยุดสงสัยและตามเรามาดู 3 ขั้นตอนรักษาสิวแบบผสมผสานที่สาวๆ เกาหลีทำเป็นประจำกันเถอะค่ะ

ขั้นตอนที่ 1 => ขั้นการชำระล้าง >> เราแนะนำให้คุณใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าแบบน้ำหรือแบบเจล

ขั้นตอนที่ 2 => ขั้นการใช้โทนเนอร์ >> ไม่ใช่แค่ผิวมันเท่านั้นที่ควรใช้โทนเนอร์ ทุกสภาพผิวควรใช้นะค่ะแต่ต้องใช้ให้ถูกผลิตภัณฑ์ด้วย (ท้ายบทความนี้ ลองดูบทความ 4 ผลิตภัณฑ์รักษาสิวของปี 2018 ของเรากัน)

ขั้นตอนที่ 3 => การดูแลพิเศษ >> ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิว น้อย ปานกลาง หรือมาก วิธีใช้คือแต้มเจลหรือครีมไปที่สิวหรือบริเวณที่เป็น หากคุณไม่มีปัญหาแพ้ง่ายก็ลองใช้มอยส์เจอไรเซอร์หรือครีมบำรุงผิวทาทับต่อไปด้วยก็จะดีมากเลยค่ะ

การรักษาสิวที่ดีที่สุดเป็นอย่างไร?

จากแบรนด์ทั้งหมด 15 แบรนด์ เราทดสอบและคัดเลือก 4 ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่ดีที่สุดสำหรับการรักษาสิวแบบผสมผสาน

ดูตารางเปรียบเทียบข้างล่างนี้แล้วเรารับรองว่า
คุณจะสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด
และกำจัดสิวไม่ให้กวนใจได้แน่นอนค่ะ

  สินค้าแนะนำ !      
ชื่อสินค้า 3 Steps Acne Solution Acne Therapy
for Combination Skin Kit
Basic Kit Proactiv+® 3-Step System
  Acne Treatment System Acne Therapy for Combination Skin Kit Basic Kit Proactiv+® 3-Step System
อันดับ 1 2 3 4
แบรนด์ Aqua+ Series ZenMed Exposed Skin Care Proactiv
รูปแบบผิว ผิวมัน และผิวแพ้ง่าย ผิวมัน และผิวผสม ผิวมัน ผิวมัน (ไม่แนะนำสำหรับผิวแพ้ง่าย)
จุดประสงค์ กรดซาลิไซลิก กรดซาลิไซลิก กรดซาลิไซลิก กรดซาลิไซลิก และเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์
ผลลัพธ์ ★★★★★ ★★★★★ ★★★★ ★★★
แหล่งกำเนิด USA USA USA USA
ราคา 990.-
(1,455.-)
2,830.- 1,970.- 3,800.-
การันตีคืนเงิน 60 วัน ไม่มีการันคืนเงิน 1 ปี 60 วัน
แหล่งจำหน่าย ShopNow ShopNow ShopNow ShopNow
ส่งฟรีทั่วไทย บริการ ไม่มีบริการ ไม่มีบริการ เพิ่มเติม

ทำไมผู้หญิงเกาหลีถึงมีผิวหน้าสวยใสไร้สิว ไร้รอยด่างดำ

0
ืทำไมผู้หญิงเกาหลี หน้าสวยใสไร้สิว

มาดูเคล็ดลับความงามสไตล์สาวเกาหลี

เมื่อพูดถึงศาสตร์แห่งความงามแล้ว ใคร ๆ ก็ยอมรับว่าแบรนด์เกาหลีบุกเข้ามา “ ปฏิวัติวงการ ” ขนานแท้ และยิ่งนานวันก็ยิ่งครองความนิยม มีสาวกอยู่ทั่วทุกมุมโลก เหตุผลก็เพราะผลิตภัณฑ์จากเกาหลีเขามีเคล็ดลับและนวัตกรรมล้ำสมัยซึ่งพอเอามารวมกันแล้วเลยกลายเป็นเอกลักษณ์และทำให้ผลิตภัณฑ์ของเขามีประสิทธิภาพสุด ๆ ไปเลยล่ะ

ถ้าสาว ๆ เบื่อกับการเสียเงินรักษาสิวและริ้วรอยไปอย่างไม่ได้ผลแล้วล่ะก็ วันนี้ Euphoria Thailand มีเคล็ดลับความงามของแบรนด์เกาหลีที่จะช่วยสร้างผิวกระจ่างใส แลดูสุขภาพดี ดูอ่อนเยาว์จากภายในสู่ภายนอกอย่างที่คนเกาหลีบอกว่า “ ปากคุณโกหกเรื่องอายุได้ แต่ผิวคุณทำไม่ได้หรอก

ความลับนั้นอยู่ที่การคลีนซิ่งแบบหลายขั้นตอนนั้นเอง!

มาดูว่าสาวเกาหลีเขาคลีนซิ่งผิวกันยังไงบ้าง

ชำระล้าง (Cleansing):

เริ่มจากการชำระล้างใบหน้าด้วยคลีนซิ่งแบบน้ำที่ช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกที่มีส่วนผสมของน้ำเป็นหลัก เช่น เหงื่อ สิ่งสกปรก และช่วยล้างสิ่งแปลกปลอมที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เช่น เครื่องสำอาง และครีมกันแดด ออกไป

ส่วนนี้ต้องระวังให้ดีเพราะคลีนซิ่งแบบน้ำที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวของคุณอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและเป็นสาเหตุของความมันและสิว ถ้ายังไม่แน่ใจว่าผิวของคุณเหมาะกับคลีนเซอร์ตัวไหน มาดู รีวิว 5 คลีนเซอร์มาแรงของเราในปี 2019 ได้เลยจ้า


มอยส์เจอไรเซอร์

สังเกตไหมว่าสาวเกาหลีเขายอมเสียเวลาทาทั้งเซรั่มทั้งมอยส์เจอไรเซอร์ทับไปทับมาหลายชั้นทุกวัน ก็นั่นแหละค่ะ คำตอบที่ทำให้ผิวพวกเธอขาวกระจ่างใสอย่างที่เราเห็น

หากคุณอยากใช้มอยส์เจอไรเซอร์ โลชั่น และครีมให้ได้ผลสูงสุดแล้วล่ะก็ คุณต้องทามอยส์เจอไรเซอร์หลังอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ เป็นตัวแรกเลย เพราะหลังอาบน้ำหรือแช่ตัวในน้ำมา รูขุมขนของคุณจะเปิดและพร้อมรับสารอาหารจากมอยส์เจอไรเซอร์ทันที ดังนั้น รีบทาก่อนที่ตัวจะแห้งเลยนะคะ ถ้ายังมองหาผลิตภัณฑ์มอยส์เจอไรเซอร์ชั้นเยี่ยมอยู่ล่ะก็ ลองดูบทความของเราเกี่ยวกับ มอยส์เจอไรเซอร์ที่ดีที่สุดของปี 2019 ดูสิ

พอทามอยส์เจอไรเซอร์เป็นขั้นตอนแรกไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะทาอะไรก็แล้วแต่สาว ๆ เลยค่ะ เพราะไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์กระชับรูขุมขน ลดริ้วรอย หรืออะไรก็ตาม มอยส์เจอไรเซอร์จะช่วยทำให้มันมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทำไมความชุ่มชื้นถึงสำคัญนักล่ะ ?

ผิวขาดน้ำจะทำให้ผิวหน้าดูหมองคล้ำ ไม่สดชื่น แต่ด้วยคุณสมบัติของมอยส์เจอไรเซอร์ผิวของคุณจะเนียนนุ่ม สะท้อนแสงได้ดีทำให้ผิวเปล่งปลั่งดูมีออร่าโดยธรรมชาติ และนั่นแหละคือความลับที่ทำให้สาว ๆ ถ่ายรูปขึ้นด้วย

การบำรุงตามลักษณะผิว – อาวุธลับอยู่ที่วิตามินซี:

สองขั้นตอนที่เรากล่าวมาแนะนำให้สาว ๆ ทำเป็นประจำทุกวันนะคะ ส่วนขั้นตอนที่สามนั้นก็ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของสาว ๆ ถ้าเป็นสิวขั้นวิกฤติ ก็แนะนำใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดสิวหรือรักษาอื่นๆ ควบคู่กันไป ถ้าอยากฟื้นบำรุงผิว ก็ลองใช้ผลิตภัณฑ์แอนตี้เอจจิ้งดู

แต่สำหรับใครที่อยาก มีผิวเนียนนุ่ม เปล่งปลั่งดูมีสุขภาพดี เราขอแนะนำเซรั่มวิตามินซีเลยค่ะ ก็เพราะวิตามินซีมีคุณสมบัติช่วยฟื้นบำรุงผิวแห้งกร้านและหมองคล้ำให้ดูดีจากภายในสู่ภายนอก แถมยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยฟื้นฟูผิวอ่อนล้าให้กลับเปล่งปลั่งด้วยการเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนซิทริคเอซิดจะช่วยชำระสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกิน รวมถึงกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วอย่างอ่อนโยน

หากอยากใช้พลังการฟื้นบำรุงของซิทริคเอซิดแล้วล่ะก็ แนะนำให้สาวๆ ลองใช้เซรั่มวิตามินซี (ลองดู 5 เซรั่ม “วิตามินซี” สุดฮิต บำรุงผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใส ! ประจำปี 2019 ที่เราเขียนเอาไว้ได้) หรือจะบีบมะนาวครึ่งลูกลงในชาม เติมน้ำ นำไปชุบสำลีก่อนนำไปทากับผิว สารสกัดจากมะนาวจะช่วยให้ผิวของคุณกระจ่างใสและสะอาดหมดจด แต่เตือนไว้ก่อนว่าอย่าใช้มะนาวหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีก่อนออกจากบ้านนะค่ะ เพราะวิตามินซีเมื่อโดนแดดแล้วมันอาจกัดผิวทำให้หน้าคล้ำเสีย

ลองทำตามที่เราแนะนำสัก 1-2 เดือนสิคะ รับประกันเลยว่าผิวขาวกระจ่างใสอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมค่ะ

4 เซรั่มวิตามินซี บำรุงผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใส สุดฮิต ปี 2019!

0

Euphoria Thailand | Enriched C-Serum 4 เซรั่ม “วิตามินซี” สุดฮิต บำรุงผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใส !

เซรั่มวิตามินซี สำหรับผิวหน้า

เมื่อพลิกฉลากดูส่วนผสมของผลิตภัณฑ์บำรุงผิว คุณมักจะเห็นวิตามินซีเป็นส่วนผสมอยู่บ่อยครั้ง ผลิตภัณฑ์ต้านริ้วรอยและฟื้นฟูผิวก็มักผสมวิตามินซีในปริมาณมาก แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าวิตามินซีที่ผสมเข้าไปนั้นเวิร์คจริง ๆ มีข้อพิสูจน์ไหนที่บอกได้ว่าวิตามินซีและผลิตภัณฑ์เหล่านี้ช่วยชะลอวัยได้จริง คำตอบคือทั้งจริงและไม่จริง

เพราะจริงอยู่ที่วิตามินซีมีประสิทธิภาพที่พิสูจน์แล้วในทางวิทยาศาสตร์ว่าสามารถช่วยต่อต้านริ้วรอยและฟื้นฟูผิวได้จริง แต่ปัญหาที่แท้จริงคือ…ผลิตภัณฑ์ที่ผสมวิตามินซีหลายตัวกลับไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจเพราะวิตามินซีที่ผสมอยู่นั้นไม่ได้ผ่านกระบวนการสกัดอย่างถูกต้อง การได้พบกับเซรั่มวิตามินซีที่มีคุณภาพสูงจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคุณเพราะ เพราะคุณจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจโดยไม่ต้องเสียเงินเปล่า

เซรั่มตัวไหนคือที่สุด
ในหมู่แบรนด์เครื่องสำอางค์นับพันแบรนด์ ?

หากคุณอยากให้ผิวย้อนวัยกลับไปสู่ความสดใส เปล่งปลั่ง และสุขภาพดีเช่นเดียวกับในอดีต เซรั่มวิตามินซีรูปแบบเวชสำอางคือหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการบำรุงผิว คุณสามารถใช้ได้ในขั้นตอนการบำรุงผิวทุก ๆ วันของคุณเพื่อให้เห็นผลลัพธ์บนผิวที่สดใส และริ้วรอยลดเลือนลง

มากไปกว่านั้น วิตามินซีรูปแบบนี้ยังช่วยทำให้การใช้ครีมกันแดดของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมผิวของคุณยังมีภูมิต้านทานดีขึ้นอีก เราได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพเซรั่มวิตามินซี 20 ขวดโดยใช้เกณฑ์ข้างต้นพบเพียง 4 ขวดนี้เท่านั้นที่ได้ผลดีที่สุด

Aqua+ Series เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ชั้นนำที่เราได้เลือกมา ซึ่งมีเซรั่มวิตามินซีที่ดีด้วยเหตุผลดังนี้

  • เหตุผลแรกง่ายๆคือเซรั่มตัวนี้มันเวิร์คจริง ๆ
  • เหตุผลที่สองคือเซรั่มตัวนี้มีสิทธิบัตรสูตรพิเศษซึ่งพิสูจน์มาแล้วว่าให้ผลลัพธ์การใช้งานที่น่าพึงพอใจ

ทว่าเซรั่มตัวนี้มีราคาแพง เราจึงต้องพยายามเสาะหาตัวเลือกที่คุ้มค่าเงินที่คุณเสียไปมากที่สุด แน่นอน เรารู้ดีว่า Aqua+ Series เป็นแบรนด์ชั้นนำที่มีชื่อเสียง แต่เราเองพบว่ามีทางเลือกอื่น ๆ ที่ให้ประสิทธิภาพดีได้เท่าเทียมกันในราคาที่ต่ำกว่า เห็นได้จากรีวิวเปรียบเทียบข้างล่างนี้ นอก Aqua+ Series แล้วยังมีแบรนด์อย่าง Skinceuticals, Paula’s Choice และ Kiehl’s ที่ให้ผลลัพธ์น่าพอใจ

คำเตือนแรก หากคุณมีผิวที่แพ้ง่าย ไม่ควรใช้เซรั่มที่มีวิตามินซีสูงกว่า 15% เนื่องจากความเข้มข้นระดับนี้สูงเกินไปสำหรับผิวแพ้ง่าย เราแนะนำให้คุณใช้เซรั่มวิตามินซี ของ Aqua+ Series ที่มีการันตีคืนเงินภายใน 60 วันหากไม่เห็นผล ปริมาณความเข้มข้นของวิตามินซีก็เหมาะสมกับผิวแบบคุณและคุณเองก็ได้รับผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมโดยไม่ระคายเคืองผิว

คำเตือนที่สอง ปัจจุบันมีแบรนด์นับพันที่ขายเซรั่มวิตามินซีราคาถูกในเว็บช็อปปิ้งออนไลน์อย่าง Lazada และ Shopee  แต่เซรั่มราคาถูกพวกนี้ไม่คุ้มค่าที่จะเสียเงินเลยสักนิด เซรั่มเหล่านั้นราคาถูกจนเราเองสงสัยว่าเป็นของปลอมหรือไม่ เราเองยังสงสัยว่าปริมาณวิตามินซีที่ระบุอยู่ข้างขวดเหล่านั้นถูกต้องจริงหรือไม่ เราจึงนำส่วนผสมมาวิเคราะห์เปรียบเทียบในตารางข้างล่างนี้


  BEST VALUE !      
 

Euphoria Thailand | Enriched C-Serum 5 เซรั่ม “วิตามินซี” สุดฮิต บำรุงผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใส !

Euphoria Thailand | Enriched C-Serum 5 เซรั่ม “วิตามินซี” สุดฮิต บำรุงผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใส !

Euphoria Thailand | Enriched C-Serum 5 เซรั่ม “วิตามินซี” สุดฮิต บำรุงผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใส !

kiehls

  1 2 3 4
ชื่อ Aqua+ Series
Enriched C-Serum
Skinceuticals
C E Ferulic
Paula’s Choice
C15 Super Booster
Kiehl’s
Vitamin C
รูปแบบวิตามินซี Pure Vitamin C L-Ascorbic Acid Ascorbic Acid Ascorbyl Glucoside
% วิตามินซี 14% 15% 15% 12.5%
ค่า pH 3.0% 2.5% 3.0% 2.0%
ส่วนผสมอื่น ๆ กรดอะมิโน กรดเฟอรูลิก
และวิตามินอี
กรดเฟอรูลิก
และวิตามินอี
กรดไฮยาลูโรนิค
รูปแบบผิว ผิวมัน
และผิวแพ้ง่าย
ผิวปกติ
และผิวมัน
ทุกประเภทผิว ผิวปกติ
และผิวมัน
ราคา 1,710.- 6,200.- 2,200.- 3,200.-
แหล่งจำหน่าย ShopNow ShopNow ShopNow ShopNow

เหตุใดเราควรใช้เซรั่มวิตามินซีกับผิวของเรา?

ประโยชน์ของเซรั่มวิตามินซีคืออะไร ? คำตอบมีอยู่หลากหลายประการดังนี้

  • วิตามินซีช่วยให้ผิวกระชับขึ้นและดูอ่อนเยาว์ลงในเวลาเดียวกัน เพราะวิตามินซีคือองค์ประกอบสำคัญให้การสร้างคอลลาเจนบนผิวหนัง (Fibroblasts) แล้วคอลลาเจนนั้นแท้จริงแล้วคืออะไร? คอลลาเจนก็คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่ช่วยให้ผิวคงความอ่อนเยาว์และอิ่มเอิบ ผิวที่ดูอ่อนเยาว์ กระชับและดูมีสุขภาพดีมาจากการที่คุณเติมวิตามินซีให้กับเซลล์ผิวหนังแล้วผิวหนังได้ทำการสังเคราะห์คอลลาเจนขึ้นมา คอลลาเจนอาจไม่ทำให้คุณเห็นผลลัพธ์ความแคกต่างทันที แต่มันจะช่วยให้ผิวของคุณคงสภาพดีได้แม้เวลาจะผ่านไป
  • วิตามินซีช่วยหยุดยั้งริ้วรอยที่มาก่อนวัยเนื่องจากวิตามินซีมีสารต้านอนุมูลอิสระ อนุมูลอิสระเหล่านี้มาจากสิ่งรอบตัวเราทั้งมลภาวะ ออกซิเจน และแสงแดดซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ วิตามินซีจะช่วยป้องกันผลกระทบจากอนุมูลอิสระเหล่านี้โดยการสร้างเกาะขึ้นมาปกป้องผิวของคุณ
  • วิตามินซีช่วยลดเลือนจุดด่างดำบนผิวของคุณพร้อมทั้งยังทำให้ผิวของคุณกระจ่างใสขึ้นด้วย เซรั่มวิตามินจะตรงเข้าไปลดเลือนจุดด่างดำ ฝ้า กระ และจุดที่ไม่สม่ำเสมอของสีผิวคุณ ดังนั้นมันจะช่วยให้ผิวของคุณสว่างใสขึ้นด้วยในเวลาเดียวกันพร้อมกับการลดเลือนริ้วรอย เนื่องจาก Asในวิตามินซีจะเข้าไปหยุดยั้งการสังเคราะห์เมลานินในผิว (เมลานินเป็นตัวสร้างสีให้กับผมและผิวหนัง เมื่อมีมากไปจะทำให้ผิวหมองคล้ำ) และในบางกรณีวิตามินซียังช่วยลดรอยแดงจากการไหม้แดดด้วย
  • วิตามินซีช่วยให้สารกันแดดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้ผิวของคุณมีภูมิต้านทานต่อแสงแดดมากขึ้น และ Dr. Oz ยังเชื่อว่าเซรั่มวิตามินซีสามารถช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีที่อันตรายได้ แต่อย่างไรก็ตามเราก็ไม่ควรใช้เซรั่มวิตามินซีแทนการใช้ครีมกันแดด แต่เราสามารถใช้วิตามินซีมาซ่อมแซมผิวได้หลังจากการไหม้แดดเพราะมันช่วยลดเลือนรอยดำ ลดจุดที่สีผิวไม่สม่ำเสมอกัน และลดเลือนริ้วรอยบนผิวจากการทำลายของแดด หากคุณเสริมเซรั่มวิตามินซีเข้าไปในกิจวัตรการดูแลผิวของคุณ แน่นอนว่าผิวของคุณจะดูอ่อนเยาว์และสดใสไปอีกนาน

แล้วเราจะเลือกผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องอย่างไร?

ชื่อเสียงของแบรนด์

โปรดระวังแบรนด์ราคาถูกที่ไม่มีผลทดสอบทางการแพทย์มายืนยันคุณภาพผลิตภัณฑ์และไม่มีมาตรการดูแลลูกค้าอย่างจริงจัง ทุกวันนี้เราพบว่ามีแบรนด์เครื่องสำอางจำนวนมากในท้องตลาดที่ขายเซรั่มวิตามินในราคาตั้งแต่ 150-600 บาทต่อขวด ดังนั้นคุณควรเช็คเครื่องหมายรับประกัน ผลพิสูจน์ทางการแพทย์และรีวิวการใช้ให้ดีเสียก่อน

แต่อย่าลืมว่ารีวิวผลิตภัณฑ์ของเราไม่สามารถการันตีได้ว่าคุณจะได้รับผลลัพธ์แบบเดียวกันกับผู้รีวิวของเราเนื่องจากผิวพรรณของมนุษย์มีความแตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์ที่การันตีผลลัพธ์การใช้งานด้วยนโยบายคืนเงินจึงถือปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อเซรั่มวิตามินซี

ราคา

ราคาของเซรั่มวิตามินซีอยู่หลากหลายระดับ สำหรับผลิตภัณฑ์จากบางแบรนด์อย่างเช่น Skinceuticals ซึ่งจัดอยู่ในระดับไฮเอนด์ เซรั่มวิตามินซีมีราคาสูงกว่า 5,000 บาทแม้จะขนาดไม่ถึง 30 มิลลิลิตร ราคานี้อาจไม่คุ้มค่าถ้าคุณไม่ได้มีเงินเหลือมากขนาดนั้น อย่างไรก็ตามคุณยังสามารถหาเซรั่มที่ราคาต่ำกว่านั้นแต่มีประสิทธิภาพดีได้อย่างเช่น Aqua+ Series Enriched C-Serum, Kiehl’s Vitamin C และ Paula’s Choice

ในทางกลับกัน คุณสามารถจ่ายแค่เพียง 500 บาทแล้วได้เซรั่มเคลมว่าสามารถตอบโจทย์ทุกปัญหาผิวของคุณ แต่คุณควรระวังให้ดี เพราะ Vitamin C และ Hyaluronic Acid ไม่ใช่สารสกัดที่ราคาถูกจนสามารถขายเซรั่มได้ในราคานั้นแล้วระบุบนฉลาดว่ามีส่วนผสมของวิตามินซีถึง 20%

ส่วนประกอบ

ส่วนประกอบอื่นที่ผสมอยู่ในเซรั่มก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ คุณควรตรวจสอบให้ดีว่าเซรั่มนั้นผสมสารออกฤทธิ์อื่นอย่างเช่นวิตามินอี กรดอมิโน และว่านหางจระเข้หรือไม่

บทสรุป

เวลาที่คุณไปเลือกซื้อเซรั่มวิตามินซี การเช็คคุณสมบัติเหล่านี้ให้ครบถ้วนจะช่วยให้คุณได้พบกับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับคุณ อย่างไรก็ตาม คุณต้องอย่าลืมว่าแม้คุณจะใช้ผลิตภัณฑ์สูตรที่ดีที่สุด คุณก็อาจเป็นหนึ่งคนที่ไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับผลลัพธ์อันชัดเจน จากผลการพิสูจน์พบว่ามีเพียง 80% เท่านั้นได้ผลลัพธ์ดีอย่างสังเกตได้

หากคุณใช้วิตามินซีแบบที่นิยมในท้องตลาด (I-ascorbic acid) แล้วไม่ได้ผลลัพธ์อันสังเกตได้ คุณอาจต้องลองเปลี่ยนไปใช้สารอื่นเช่น Sodium Magnesium Ascorbyl Phosphate และ Ascorbyl Palmitate หรือแม้กระทั่งลองเปลี่ยนแปลงวิธีการทา เวลาในการทา และวิธีการในเก็บผลิตภัณฑ์

ดังนั้นหากเซรั่มที่คุณเลือกใช้ไม่ได้ผล คุณควรลองใช้เซรั่มอื่นที่มาจากสารสกัดที่แตกต่าง